ร่างแปดร่างที่พุ่งผ่านท้องฟ้าไป ดูเหมือนจะสังเกตเห็นหน่วยม่านราตรีที่นี่ พายุหมุนที่โอบล้อมรอบๆ เริ่มช้าลงและหยุดอยู่ตรงหน้าเมฆพลิกกายร่างที่อยู่หน้าสุดจ้องมองมาที่หลินชีเยี่ย เขาค่อยๆ เลิกปีกหมวกกว้างขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย“อู๋เหลาโก่ว……”หลินชีเยี่ยจำ ‘เพื่อนผู้ป่วย’ จากโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงคนนี้ได้ในทันที สีหน้าของเขาซับซ้อนอย่างมากตอนที่เจอโลงศพสีดำเจ็ดโลงที่ถูกส่งไปยังศูนย์ไจเจี้ยบนเกาะ หลินชีเยี่ยก็พอจะเดาได้คร่าวๆ แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่การได้เห็นอู๋เหลาโก่วที่เคยเสียสติมายืนอยู่ตรงหน้าในชุดคลุมสีดำ พร้อมดาบตรงที่เหน็บอยู่ที่เอว ก็ยังให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในโลกอีกใบ“หลินชีเยี่ย” อู๋เหลาโก่วเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าพลางยิ้มขื่นๆ “เจอกันอีกแล้วนะ”“ผ่านมาสามปีกว่าแล้วสินะ” หลินชีเยี่ยกวาดตามองร่างในชุดดำเจ็ดร่างที่อยู่ด้านหลังเขา “ไม่คิดว่าในที่สุดคุณก็ได้ออกมาจากโรงพยาบาลนั้น และได้เป็นหัวหน้าหน่วยร่างทรง……”“นายก็เหมือนกัน”อู๋เหลาโก่วสบตากับหลินชีเยี่ย ทั้งคู่ยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจใครจะคิดได้ว่าผู้ป่วยจิตเวชสองคนที่อยู่ในโรงพยาบาลศูนย์ไจเจี้ยเมื่อสามปีก่อน จะกลายมาเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษระดับสูงสุดของต้าเซี่ยที่กำลังจะเข้าสู่สมรภูมิเทพเจ้า“อู๋เหลาโก่ว ตอนนี้พลังของคุณคือ [ร่างทรง] งั้นเหรอครับ?” หลินชีเยี่ยนึกถึง [ไร้รูปลักษณ์] ของอู๋เหลาโก่วแล้วถามออกไป“อืม” อู๋เหลาโก