งความเร็วอีกครั้ง พื้นดินเคลื่อนผ่านใต้เท้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที เมืองที่มีเส้นทางซับซ้อนราวใยแมงมุมก็ปรากฏอยู่ในสายตาของพวกเขา“ชีเยี่ย นายมีแผนอะไรเหรอ?” อันชิงอวี๋ดันแว่นพลางถามหลินชีเยี่ยใช้ฝ่ามือกดเบาๆ ในอากาศว่างเปล่า ลวดลายซับซ้อนลึกลับหลายสายที่ถูกวาดด้วยแสงยามราตรีปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน“รีบจัดวางลวดลายเหล่านี้ไว้ที่ขอบเมืองเจียงเฉิง ยิ่งใหญ่ยิ่งดี” หลินชีเยี่ยพูดอย่างจริงจัง“เข้าใจแล้ว”……ด่านเฉินหนานบนท้องฟ้า นอกชั้นบรรยากาศโลกในห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขต ดวงดาวมากมายส่องแสงระยิบระยับ เมฆสีขาวล่องลอยอยู่เหนือผิวดาวสีครามสดใสณ ที่แห่งนี้ สีน้ำเงินเข้มของห้วงอวกาศผสานกับสีขาวบริสุทธิ์ของเมฆหมอก สร้างความงดงามอ้างว้างในโลกที่เงียบสงัดบนท้องฟ้าที่มืดมิด รูปปั้นเทวรูปขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้น ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับผ้าโปร่งบางปกคลุมใบหน้าเทวรูปที่ดูคล้ายกำลังหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน เพียงแค่ใบหน้านี้ก็บดบังทั้งฟ้าและดินจนมิด“วิษณุ”เสียงหนึ่งดังแทรกผ่านความว่างเปล่า ลอยไปยังข้างหูเทวรูปร่างหนึ่งสวมชุดนักพรตสีขาวดำ สวมรองเท้าฟาง เดินลอยมาในอากาศ เส้นผมยุ่งเหยิงพลิ้วไหวในสุญญากาศดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายคมกล้าเทวรูปที่อยู่หลังดวงดาวมากมายยังคงไม่ขยับเขยื้อน เพียงแต่มองลงมาที่ร่างของนักพรตด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนกำลังหัวเราะและร้องไห้ เมื่อเทียบกับร่างอันมหึมาน