าถึงเข้าใจว่าเบื้องหลังอุปรกรณ์สามชิ้นนี้ซ่อนความทุ่มเทของผู้คนมากมายไว้เบื้องหลังของทุกชิ้น ล้วนเป็นการกลั่นกรองของยุคสมัย……และการสั่งสมร้อยปีนี้เองที่หล่อหลอมให้เกิดหน่วยพิทักษ์ราตรีต้าเซี่ยอย่างทุกวันนี้ครู่หนึ่งผ่านไป ไป๋หลี่พั่งพั่งอดถามไม่ได้ว่า “แล้ว……ผู้อาวุโสถังอวี่เซิง ผลงานของคุณคืออะไรเหรอ?”ถังอวี่เซิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “สิ่งที่ฉันทำ ไม่จำเป็นต้องพูดถึง”เห็นถังอวี่เซิงไม่อยากพูดมาก ไป๋หลี่พั่งพั่งก็รู้ความ จึงไม่ถามต่อ กลับเป็นอันชิงอวี๋ที่ถามคำถามที่อัดอั้นในใจมานาน“ก่อนหน้านี้พี่เชียงเคยบอกว่า มีเพียงในยามใกล้ตายเท่านั้น ถึงจะหลอมกระดูกและเลือดเข้าสู่อาวุธ หลอมร่างเข้ากับศาสตรา ประกอบกับวิธีพิเศษและเครื่องมือบางอย่าง จึงจะสร้างวีรวิญญาณให้ติดอยู่บนอาวุธได้……แต่สภาวะ‘ใกล้ตาย’ นี้ สำหรับหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้วมันไม่โหดเกินไปเหรอ? พวกคุณทำได้ยังไง?”“หมายความว่ายังไง?” เฉาเยวียนฟังไม่ค่อยเข้าใจ“พูดง่ายๆ คือ เมื่อผู้บัญชาการใหญ่ระดับนั้นลงมือ สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าอาจเป็นเทพเจ้าที่มีพลังเหนือกว่าตัวเองมาก แต่ถ้าเป็นแบบนี้ การจะรับประกันว่าจะหนีรอดจากสถานการณ์คับขันได้ แล้วประคองลมหายใจกลับมาที่หน่วยพิทักษ์ราตรีเพื่อหลอมวิญญาณเข้ากับอาวุธ มันดูไม่สมจริงเลย…แม้จะหนีรอดจากสถานการณ์คับขัน อาจจะยังไม่ถึงขั้นใกล้ตาย กลับไปก็ยังรักษาได้ แต่ถ้าหนีไม่รอด ก็ต้องเผชิญกับความตาย