็ไม่รู้เหมือนกัน” หลี่อี้เฟยเกาหัว “แต่เดิม ฉันกับอาจูกำลังเล่นโกะห้าตาอยู่ตรงนี้ แล้วคุณปู่เยก็เดินมาฉันกับอาจูเล่นไปสิบกว่าเกม เขาก็ยืนดูอยู่ข้างๆ ไม่ขยับเขยื้อน บางครั้งก็พูดว่า ‘เจ้าทำได้ดีมาก บุตรของข้า’ ……ฉันก็เลยคิดว่า ในเมื่อเขาดูมานานแล้ว ไม่เชิญเขามาเล่นบ้างก็ไม่ดี ก็เลยให้อาจูขยับที่ให้ แล้วคุณปู่เยก็นั่งลงเอง”หลี่อี้เฟยชี้ไปยังหมากที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น พูดอย่างปวดหัว“ฉันคิดว่านะ ถึงแม้ว่าคุณปู่จะไม่เคยเห็นโกะห้าตามาก่อน แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นประมุขของศาสนาศักดิ์สิทธิ์ ดูฉันกับอาจูเล่นมานานขนาดนี้ น่าจะเข้าใจวิธีเล่นแล้ว… แต่ไม่คิดว่า ยังคงเล่นสะเปะสะปะ ฉันดูจนงงไปหมดแล้ว”จากคำพูดของหลี่อี้เฟย หลินชีเยี่ยพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขาครุ่นคิดแล้วกล่าว“ไม่เป็นไร นายไปทำธุระของนายเถอะ… ฉันจะเล่นกับเขาเอง”หลินชีเยี่ยเก็บกระดานหมากขึ้นมา จัดวางใหม่บนโต๊ะ แล้วนั่งลงในตำแหน่งของหลี่อี้เฟยไม่ว่าเยลันเดจะเล่นถูกหรือผิด อย่างน้อยนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรนอกเหนือจากการ ‘มองลงมา’ หลังจากมาถึงโรงพยาบาล บางทีอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอาการหลินชีเยี่ยดันถ้วยใส่หมากขาวดำสองใบไปตรงกลางโต๊ะ แล้วเอ่ยอย่างสุภาพ“เชิญคุณก่อนเลยครับ”“เจ้าทำได้ดีมาก บุตรของข้า”เยลันเดยิ้มอย่างอ่อนโยน เอื้อมมือหยิบถ้วยหมากสีดำมา คว้าหมากขึ้นมากำหนึ่ง แล้วโปรยลงบนตารางหมากตรงหน้าตัวเองมุมปา