ามือของอันชิงอวี๋ หนึ่งในนั้นหยิบเหรียญตราขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะทันใดนั้น เขาก็ล้วงเอาเหรียญตราที่มีขนาดเล็กกว่าของอันชิงอวี๋ออกมาจากอกเสื้อของตัวเอง แล้วแกว่งให้อันชิงอวี๋ดู “พวกโง่เง่าของศาสนจักรเทพโบราณนี่ แม้แต่การปลอมแปลงก็ยังทำไม่เหมือน……ไอ้หนู ลืมตาให้กว้างแล้วดูให้ดีๆ ว่าเหรียญตราของพวกเราหน่วยพิทักษ์ราตรีมันหน้าตาเป็นยังไงกันแน่!”อันชิงอวี๋มองดูเหรียญตราในมือของเขา แล้วก็ชะงักอยู่กับที่เหรียญตราในมือของเขานั้น ไม่เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าของอันชิงอวี๋ แต่ยังดูหยาบกร้านกว่าอย่างเห็นได้ชัดแม้แต่ตัวอักษร ‘หากรัตติกาลพึงมาเยือน…’ ที่อยู่ด้านหลังของเหรียญตรา ก็ยังเป็นการเขียนด้วยปากกาบางชนิด ไม่ใช่การแกะสลักด้วยเลเซอร์“เหรียญตราที่มีรูปแบบต่างกันนั้น เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังได้……แต่ [เพรียกหาวิญญาณ] ที่อยู่ข้างในนี่ น่าจะพิสูจน์ตัวตนของผมได้แล้วนะ” อันชิงอวี๋สงบสติอารมณ์ลงทันที แล้วพูดต่อ“เพรียกหาวิญญาณ? นั่นมันคืออะไร?”อันชิงอวี๋ “…”‘ในยุคนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีผ้าคลุม แม้แต่ [เพรียกหาวิญญาณ] ก็ยังไม่ปรากฏขึ้นอีก เหรอ?’ชุดสามชิ้นของหน่วยพิทักษ์ราตรี สิ่งเดียวที่อาจพิสูจน์ตัวตนของเขาได้คือดาบตรง แต่ตอนที่อันชิงอวี๋เข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรี เขาไม่ได้ถือดาบตรง แต่เป็นชุดมีดผ่าตัดที่ทำจากวัสดุเดียวกัน……ตอนนี้เขาไม่สามารถอธิบายได้แม้จะมีเหตุผล“หัวหน้าหน่วยของพว