แวดวงผู้เลื่อมใสใจกลางเมืองที่แห้งแล้ง โบสถ์สูงตระหง่านสะท้อนแสงอันศักดิ์สิทธิ์ภายใต้แสงตะวันห้องโถงใหญ่ของโบสถ์ที่เคยเต็มไปด้วยบรรดาบาทหลวงและสาวก วันนี้กลับว่างเปล่าและเงียบสงัด แสงอาทิตย์สีเหลืองอำพันส่องผ่านกระจกสีสันสดใส ทำให้ห้องโถงอันศักดิ์สิทธิ์ดูงดงามราวกับห้วงภวังค์อันลึกลับท่ามกลางความเงียบ เส้นใยสีดำสองกลุ่มก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ร่างสองร่างปรากฏขึ้นจากเส้นใยนั้นโลกิยืนอยู่กลางโบสถ์ ชุดบาทหลวงอันหรูหราถูกแสงและเงาแบ่งออกเป็นสองส่วน ครึ่งล่างสะท้อนแสงงดงามจากกระจกสี ส่วนครึ่งบนถูกปกคลุมด้วยเงามืด ดวงตาเรียวยาวมองลงมาที่ซือเสี่ยวหนานด้านล่าง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง“เสี่ยวหนาน เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นอย่างไร?” เขาเอ่ยปากช้าๆ“สถานที่ที่ท่านโลกิเลือก ย่อมเป็นที่ที่ดีที่สุดอยู่แล้ว” ซือเสี่ยวหนานกล่าวอย่างนอบน้อมโลกิหัวเราะแผ่วเบา เดินไปที่บัลลังก์สูงใหญ่กลางโบสถ์ ยกชายเสื้อคลุมขึ้นแล้วค่อยๆ นั่งลง……“พวกโง่เง่าอย่างธอร์นั่น ถูกหน่วงเหนี่ยวอยู่ที่ลานปาฏิหาริย์ ส่วนผู้พยากรณ์ที่ชื่อว่าไมเยอร์สนั่นก็คงถูกจัดการไปแล้ว ในเวลาอันสั้นนี้ พวกเขาไม่มีทางหาที่นี่เจอ อีกทั้งช่องทางระหว่างแอสการ์ดกับแวดวงผู้เลื่อมใสก็ถูกข้าปิดตายไปแล้ว……ที่นี่ พวกเรามีเวลาเหลือเฟือโดยไม่ถูกรบกวน”เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซือเสี่ยวหนานเบื้องล่างก็จ้องตาเขม็ง หัวใจพลันสั่นสะท้านเธอรู้ว่าไมเยอร์สที่โลกิพูดถึงก็