ย่างสิ้นเชิงเหลิ่งเซวียนสวมเสื้อคลุมสีดำ เดินออกมาจากหลังประตู คลื่นความร้อนซัดมาปะทะใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่เย็นชาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินตรงไปยังกลางห้องโถง มุ่งหน้าไปยังเสาเพลิงที่พวยพุ่งอย่างรุนแรงอาคารหลังนี้ไม่มีหลังคา กำแพงโดยรอบโค้งเข้าหากันเหมือนหน่อไม้ที่ชี้ขึ้นฟ้า มีช่องเปิดกว้างหลายสิบเมตรอยู่ด้านบน ปล่อยควันหนาทึบจากเสาเพลิงที่ลุกไหม้ ข้างเสาเพลิงนั้น มีชายชราร่างเตี้ยเปลือยท่อนบน กำลังใช้ค้อนยักษ์ที่ใหญ่กว่าครึ่งตัวของเขาทุบโลหะชิ้นหนึ่งในกองไฟอย่างแรงผิวสีทองแดงของชายชราร่างเตี้ยเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ แต่ดวงตาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสมาธินั้นเปล่งประกายจ้องมองโลหะในกองไฟอย่างเข้มข้น โดยไม่ได้สังเกตเห็นการมาถึงของเหลิ่งเซวียนเลยเหลิ่งเซวียนก็ไม่ได้เอ่ยปากรบกวน เขาเดินช้าๆ ไปตามขอบห้องโถงใหญ่ สายตากวาดมองศาสตราเทพที่แขวนอยู่บนผนัง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ยาเม็ดสีดำสนิทบนมุมโต๊ะเขาหยิบยาเม็ดหนึ่งขึ้นมาด้วยสองนิ้ว แล้วนำมาดมที่ปลายจมูก ได้กลิ่นสะระแหน่ฉุนๆ“นั่นคือยาชูกำลังที่ข้าคิดค้นขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ กินแค่เม็ดเดียวก็จะลืมความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้า ปลดปล่อยพลังและความเร็วที่น่าทึ่งในระยะเวลาสั้นๆ”ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ชายชราร่างเตี้ยที่ทุบโลหะไม่หยุดหย่อนได้หยุดมือลงแล้ว เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากพลางพูดช้าๆ “ข้าแก่แล้ว……การตีเหล็กทำให้ข้าเหนื่อยล้า ช่วงนี้