ลับมาก็ตกอยู่ในความโกรธแค้นแล้ว” โลกิกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ซิฟเป็นอย่างไรบ้าง?”“นางลำบากไปบ้าง ตอนนี้สงบลงแล้ว”“ดี” โลกิพยักหน้า “ตราบใดที่ซิฟยังหายตัวไป ธอร์ก็ไม่มีทางตั้งสติแข่งขันชิงราชาแห่งเทพเจ้ากับข้าได้ พออีกเจ็ดวันผ่านไป ต่อให้เขารู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว”“ทำไมต้องเป็นเจ็ดวันด้วย? เจ้ายังมีแผนอะไรอีกหรือ?” หญิงสาวถาม“……หึหึ” โลกิหัวเราะโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม“อ้อ แล้วของพวกนั้น เตรียมพร้อมหมดแล้วหรือ?” เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนาหญิงสาวเห็นโลกิไม่เต็มใจเปิดเผย จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังยกมือขึ้นโบกไปทางด้านหลังความมืดด้านหลังเธอก็แยกออกจากกันเหมือนม่าน ผนังของพระราชวังโครงกระดูกก็หดกลับเข้าไปในหลังคาโครงกระดูกอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ ตำแหน่งที่ทั้งสองยืนอยู่ก็คือหอคอยที่สูงตระหง่านสายลมหนาวเย็นพัดผ่านแก้มของโลกิ สายตาตกลงไปยังที่ไกลๆ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเห็นได้ว่าที่ปลายขอบฟ้าอีกด้านหนึ่ง มีภูเขาทั้งสิบสองลูกเรียงรายกันเป็นแถว แสงสีแดงเข้มส่องลงมาจากท้องฟ้า สะท้อนภูเขาเหล่านี้ให้เป็นสีเลือดเมื่อมือของหญิงสาวยกขึ้น ภูเขาทั้งสิบสองลูกก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย ศีรษะขนาดมหึมาค่อยๆ ยกขึ้นจากกลางภูเขา เสียงคำรามของวิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนผสานกับเสียงกระทบกันของกระดูก พัดผ่านข้างหูของโลกิในสายลมหนาวแผ่นดินสั่นสะเทือน หินภูเขาร่วงหล่น ภูเขาอันยิ่งใหญ่ทั้งสิบสองลูกนั้น เผยให้เห็