ในพื้นที่คับแคบและอับชื้น ตัวแทนกว่ายี่สิบคนถูกโซ่เงินเส้นบางพันรัดข้อมือ ถูกล่ามไว้ใกล้หินก้อนมหึมาหมายเลข 05 เงยหน้าขึ้น มององครักษ์ที่อยู่นอกห้องขัง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจและขุ่นเคือง“บัดซบ……โซ่พวกนี้ทำมาจากอะไรกัน ถึงได้สะกดผนึกเทวะของพวกเราไว้ได้” เขาสบถเป็นภาษาอังกฤษด้วยเสียงแผ่วเบา“ยอมแพ้เถอะ สิ่งนี้คือวัตถุศักดิ์สิทธิ์” หมายเลข 22 พิงก้อนหิน พลางพูดอย่างใจเย็น “อย่าว่าแต่พวกเราเลย ต่อให้เทพเจ้าที่อยู่เบื้องหลังพวกเรามาเอง ตอนนี้ก็คงถูกล่ามไว้เหมือนกัน”“ทำไมถึงมีมนุษย์อยู่ในคลังสมบัติกษัตริย์ด้วย? นี่มันไม่ใช่แค่คลังสมบัติเหรอ?!”“ฉันบอกแล้วไงว่า สิ่งที่วีรกษัตริย์ทิ้งไว้ ไม่มีทางง่ายขนาดนั้น นายคิดว่าคลังสมบัติกษัตริย์จะเป็นแค่บ้านที่ยกไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ งั้นเหรอ?” หมายเลข 22 แค่นเสียง “ตามที่บันทึกในตำราโบราณ ก่อนที่วีรกษัตริย์ กิลกาเมชจะสิ้นพระชนม์ ได้ส่งตระกูลช่างตีเหล็กที่เก่งที่สุดในอาณาจักรอูรุกเข้ามาในคลังสมบัติเพื่อดูแลรักษาวัตถุศักดิ์สิทธิ์แทนพระองค์พวกคนพื้นเมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่คงเป็นลูกหลานของตระกูลช่างตีเหล็กในสมัยนั้น พวกเขาดูแลรักษาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนนับพันปีไม่เปลี่ยนแปลง การที่วัตถุศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะปกป้องคุ้มครองพวกเขาก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล มีแต่พวกคนบ้าไร้สมองอย่างพวกนายนี่แหละที่บุกเข้ามาวุ่นวายไปทั่ว! พวกนายคิดว่าที