าเซี่ย?” เหอหลินตกใจ “ไม่ใช่สิ ตอนนี้ควรเรียกว่าเซียนกระบี่แห่งโลกมนุษย์แล้ว……เขาไม่ได้อยู่ที่โอลิมปัสหรอกเหรอ?”เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทั้งสามคนก็พร้อมใจกันตื่นตัวขึ้นมาทันที ถามว่า“คุณรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเหรอ?”“ก็ไม่เชิงว่ารู้ทั้งหมด” เหอหลินวางแก้วเหล้าในมือลง แล้วพูดช้าๆ ว่า“ประมาณครึ่งปีก่อนมั้ง? ฉันได้รับคำสั่งจากประธานให้ไปแฝงตัวในแวดวงผู้เลื่อมใสของโอลิมปัสตอนที่ฉันกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่นั่น บังเอิญได้เจอเขาเข้า ตอนนั้นเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสกปรก แบกกล่องกระบี่ไว้ เดินอยู่บนถนนแบบนั้น ทั้งหน้าตาและการแต่งกายดูแปลกแยกจากคนท้องถิ่นมากพูดตามตรง ก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่เคยเห็นใบหน้าจริงของปรมาจารย์กระบี่ในต้าเซี่ยมาก่อน เลยจำไม่ได้ว่าเป็นเขาและเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวตนเปิดเผย ก็เลยไม่ได้เข้าไปทักทายตอนนั้นมีโจรกลุ่มหนึ่งปล้นผู้หญิงคนหนึ่งกลางถนนพอดี พวกมันเตะเธอล้มลง แล้วลักพาตัวลูกสาวอายุ 13 – 14ปีของเธอไป…พวกนายอาจจะไม่รู้ แวดวงผู้เลื่อมใสของโอลิมปัสวุ่นวายมาก เรื่องแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ในที่แบบนั้นไม่มีสิทธิมนุษยชน ศีลธรรม หรือกฎหมายอะไรเลย มันเป็นสวรรค์ของอาชญากรรมอย่างแท้จริง ผลก็คือเซียนกระบี่เห็นเหตุการณ์นี้เข้า เขาก็เอานิ้วชี้แตะกล่องกระบี่เบาๆ แค่นั้น วินาทีถัดมาหัวของโจรพวกนั้นก็กระเด็นออกไปทันทีเลย”เหอหลินมองดูหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ที่กำลังตั้งใจฟังอย่างสนใจ จิบเหล้