“คธูลูมาจากโลกอื่นงั้นเหรอ? แล้วนี่มันคืออะไร? การรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสับสน“ไม่รู้สิ นี่ก็แค่การคาดเดาของฉันเท่านั้น เพราะนอกจากทฤษฎีนี้แล้ว ฉันก็คิดไม่ออกว่าจะอธิบายยังไงดี” จี้เนี่ยนยักไหล่พลางกล่าว “แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือพวกสัตว์ประหลาดที่ออกมาจากนิยายพวกนี้ ไม่ใช่เทพเจ้าหรือเทพปกรณัมอย่างที่เรารู้จักแน่นอน ระดับพลัง ความสามารถ กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เรามีอยู่ ก็ไม่สามารถนำมาใช้กับพวกมันได้ การดำรงอยู่ของพวกมันเองก็เป็น ‘สิ่งที่ไม่รู้จัก’ อย่างหนึ่ง”หลินชีเยี่ยกวาดตามองไปที่แท่นจัดแสดงบางส่วน “นอกจากนี้ล่ะ? มีเบาะแสอื่นอีกไหม?”“มี”จี้เนี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง “เห็นหินภูเขาไฟที่แตกหักตรงกลางนั่นไหม?”หลินชีเยี่ยเดินไปที่แท่นจัดแสดงที่จี้เนี่ยนพูดถึง สายตาทะลุผ่านกระจกไปยังก้อนหินแตกที่สูงกว่าหนึ่งเมตร บนพื้นผิวหินที่ขรุขระ สามารถเห็นลวดลายบิดเบี้ยวเล็กๆ ได้อย่างเลือนราง ดูเหมือนภาพวาดโบราณบางอย่าง“นี่มันอะไร?”“มันคือจารึกโบราณที่ขุดพบรอบๆ ซากปรักหักพังของคธูลูแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นของยุคสมัยไหนกันแน่ แต่หลังจากการบูรณะด้วยเทคโนโลยีของสถาบันวิจัยหมายเลขสอง ก็พอจะอ่านความหมายบนนั้นได้คร่าวๆ”จี้เนี่ยนหยุดชั่วครู่ “สิ่งที่บันทึกไว้บนจารึกนี้ น่าจะเป็นประวัติศาสตร์ช่วงที่เหล่าเทพคธูลูถูกผนึกไว้บนดวงจันทร์”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว “แต่ว่าประวัติศาสตร์ช่วงนี้พวกเราไม่ไ