หลินชีเยี่ยเห็นความจริงจังในดวงตาของจี้เนี่ยน เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว“บางที คุณอาจจะคาดหวังกับผมมากเกินไป ผมไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก”“ตอนนี้ไม่มี ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะไม่มี” จี้เนี่ยนไขว่ห้างพลางพูดอย่างเรื่อยเฉื่อย “ยิ่งนายเติบโตเร็วเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งดีใจเท่านั้น ฉันเชื่อมั่นในตัวนายนะ”หลินชีเยี่ยยิ้มอย่างจนใจ“ว่าแต่ นายมาหาฉันดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่า?”เมื่อเห็นว่าเข้าสู่ประเด็นสำคัญแล้ว สีหน้าของหลินชีเยี่ยก็ค่อยๆ จริงจังขึ้น“เกี่ยวกับอูรุกและวีรกษัตริย์ กิลกาเมช คุณรู้มากแค่ไหน?”“กิลกาเมช? ทำไมนายถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?” จี้เนี่ยนเบิกตากว้าง “เขาไม่ได้เป็นคนไข้ในห้องถัดไปใช่ไหม?”“ใช่แล้ว”“น่าสนใจ……ห้องที่เท่าไหร่?”“ห้องที่ห้า”“แล้วห้องที่สี่เป็นใคร?”ในตอนที่จี้เนี่ยนอยู่ในโรงพยาบาล เพิ่งเปิดประตูห้องที่สามเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าคนไข้ในห้องถัดไปเป็นใคร“ซุนหงอคง”“……บ้าเอ๊ย!” สีหน้าของจี้เนี่ยนตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ต้าเซิ่ง? ห้องที่สี่เป็นต้าเซิ่งเหรอ? นั่นมันไอดอลในวัยเด็กของฉันเลยนะ! ช่วยขอลายเซ็นให้ฉันหน่อยได้ไหม?”หลินชีเยี่ย “…”“น่าเสียดายที่ตอนนี้โรงพยาบาลอยู่ในจิตของนาย ฉันเข้าไปไม่ได้ ไม่งั้นยังไงก็ต้องไปพบให้ได้……เอ๊ะ แล้วห้องสุดท้ายล่ะ นายก็เปิดแล้วใช่ไหม? ห้องที่หกเป็นใคร?”หลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก แล้วเอ่ยชื่อออกมา“เยลันเด”จี้เนี่ยนชะงักไป “เ