แต่เมืองหลินเจียงของเราไม่มีสิ่งลี้ลับปรากฏมาเกือบสี่ปีแล้ว……”อันชิงอวี๋อุทานอย่างประหลาดใจ “สี่ปี? เป็นไปได้ยังไง? การปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับเกี่ยวข้องกับความหนาแน่นของประชากร แม้แต่อำเภออันถ่าที่ห่างไกลก็ยังมีสิ่งลี้ลับบุกรุกปีละครั้ง เมืองหลินเจียงเป็นเมืองระดับสอง เป็นไปได้ยังไงที่จะไม่มีสิ่งลี้ลับ?”สือเหวินเซวียนยิ้มขมขื่น “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมมาเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีที่นี่มากว่าสามปีแล้ว ผมไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของสิ่งลี้ลับเลยสักตัว บางครั้งผมก็คิดว่าถ้าเมืองนี้ไม่มีสิ่งลี้ลับปรากฏ แล้วพวกเราหน่วยพิทักษ์ราตรีมีความหมายอะไรที่จะอยู่ที่นี่ ผมขอย้ายออกจากที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ผู้บังคับบัญชาก็ให้ผมอยู่ที่นี่ต่อไปเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน”หลินชีเยี่ยพูดอย่างครุ่นคิด “นี่คือความผิดปกติของเมืองหลินเจียงที่ผู้บัญชาการจั่วพูดถึงสินะ ไม่มีสิ่งลี้ลับปรากฏเลยสักตัวในเวลาสี่ปี มันน่าสงสัยจริงๆ”สี่ปี……ช่วงเวลานี้ ทำไมถึงคุ้นเคยอย่างนี้?หลินชีเยี่ยนึกถึงเมื่อคืนที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหานซาน เมื่อได้ยินเด็กๆ พูดถึงไฟไหม้ครั้งใหญ่ ดูเหมือนจะเป็นเมื่อสี่ปีก่อนเช่นกัน?เป็นเรื่องบังเอิญ? หรือว่า……เจียงเอ่อร์ลอยอยู่กลางอากาศถามว่า [แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงดี? รู้แค่ว่าผู้ที่ฆ่าล้างตระกูลหลี่คือ สิ่งลี้ลับที่บินได้แต่เราจะหามันยังไงล่ะ?]เฉาเยวียนเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้เรามีทางเดียวคือต้องค้นหาอย่างละเอียดทุกซอก