ถานที่ที่เสิ่นชิงจู่เติบโตขึ้นมา ผู้เฒ่าหลิวมีบุญคุณในการเลี้ยงดูเขา และเด็กๆเหล่านั้นก็เคารพเขาเหมือนพี่ชาย แม้ว่าหลินชีเยี่ยจะไม่รู้ว่าผู้เฒ่าหลิวยืนกรานอะไรอยู่ ไม่ยอมย้ายออกจากที่นั่น แต่นั่นก็ไม่สำคัญสิ่งสำคัญคือหลินชีเยี่ยสามารถคาดเดาได้ว่า ถ้าเสิ่นชิงจู่ยืนอยู่ตรงนี้ ในตอนนี้อีกฝ่ายจะทำอย่างไรชีวิตของพวกเขาคือสิ่งที่เสิ่นชิงจู่แลกมาด้วยชีวิตของตนเอง แล้วถ้าเขาจะเสี่ยงถูกลงโทษเพื่อทำสิ่งนี้แทนอีกฝ่ายจะเป็นไรไป?หลินชีเยี่ยปฏิเสธข้อเสนอของเฉาเยวียนก็เพียงเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาพัวพัน เมื่อต้องถูกลงโทษอยู่แล้ว คนที่รับโทษก็ยิ่งน้อยยิ่งดีหลินชีเยี่ยสวมหน้ากากซุนหงอคงยืนอยู่กลางสายฝน ร่างกายพลิ้วไหวแล้วกระโดดข้ามประตูใหญ่ มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่สุดก่อนออกเดินทาง หลินชีเยี่ยได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลี่กรุ๊ปมาแล้ว ผู้ควบคุมที่แท้จริงคือหลี่เจียนไป๋ ซึ่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์นี้ และวันนี้เป็นวันที่หลี่กรุ๊ปจัดงานเลี้ยงฉลองการซื้อกิจการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อีกแห่งพอดี ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่จึงมารวมตัวกันอยู่ในคฤหาสน์ในคืนนี้หลินชีเยี่ยใช้พลังจิตตรวจตราคฤหาสน์หลังใหญ่ทั้งหลัง ในไม่ช้า เขาก็ระบุตำแหน่งของหลี่เจียนไป๋ได้ ปลายนิ้วของเขาดันด้ามดาบ [จั่นไป๋] ออกมา ร่างกายพลันหายวับไปในความว่างเปล่าภายในคฤหาสน์ประธานบริษัทหลี่กรุ๊ป หลี่เจียนไป๋ถือแก้วแชมเปญในมือ ก