็นได้ชัดว่า ผู้ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ ในโลกมีน้อยนัก
อ่านจดหมายจบ เซียวเหยียนก็เรียกคนรับใช้มา ให้ตนเองเตรียมพู่กันหมึกกระดาษจดหมาย
เขาตวัดพู่กันอย่างอิสระ ค่อยๆ เขียนจบหนึ่งฉบับ บอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองเรียนวาดภาพ ทำอาหารในช่วงนี้ และความสนุกบางอย่างตอนที่ตกปลา และยังได้คบหากับผู้อาวุโสที่น่าสนใจท่านหนึ่ง
แน่นอนว่า ในจดหมายไม่ได้เอ่ยถึงฉายาและชื่อของปรมาจารย์โจร
ท้ายที่สุดแล้วท่านผู้เฒ่าโม่ผู้นี้ในราชวงศ์ประกาศิตสวรรค์จัดเป็นบุคคลด้านลบ ไม่เป็นที่ชื่นชอบในกองกำลังต่างๆ ก็มีเพียงคนที่มีนิสัยสบายๆ อย่างท่านอาสองเท่านั้น ถึงจะได้คบหากับคนเช่นนี้เป็นสหายรัก แต่คนภายนอกไม่ได้รู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา มิเช่นนั้น ย่อมต้องด่าทอเสียงดังอย่างรุนแรงอยู่เบื้องหลังว่า เจ้าขุนนางกับโจรสมคบคิดกัน!
เขียนจบ เซียวเหยียนก็วาดรูปหน้ายิ้มเล็กๆ ตามปกติ ให้กำลังใจนางให้ตั้งใจฝึกยุทธ์ ก้าวหน้าไปพร้อมกัน
…
…
จดหมายมอบให้คนรับใช้ส่งออกไปแล้ว เซียวเหยียนก็ย้ายกระดานวาดภาพมา วาดภาพตามปกติ ตอนนี้วิถีพู่กันระดับสองแล้ว ฝีมือการวาดภาพของเขาก็ยิ่งประณีตกว่าเมื่อก่อน
ดูเหมือนภาพร่างจะเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่ความจริงแล้วจะพบว่า แววตา