ทำแบบนี้อาจทำให้เสิ่นชิงจู่รู้สึกไร้พลังมากขึ้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคำนึงถึงเรื่องพวกนี้เมื่อครู่เขาได้เห็นการตายของเสิ่นชิงจู่กับตาตัวเอง ในฐานะหัวหน้าหน่วย เขาไม่อาจปล่อยให้เสิ่นชิงจู่เสี่ยงอันตรายอีกความรู้สึกที่สูญเสียเพื่อนร่วมทีม เขาไม่อยากสัมผัสเป็นครั้งที่สองเมื่อได้ยินคำสั่งของหลินชีเยี่ย เสิ่นชิงจู่ชะงักเล็กน้อย หลังจากพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ แล้ว เขาก็เชื่อฟังคำสั่งเดินอยู่ตรงกลาง ตามหลังหลินชีเยี่ยออกไป“พวกนายรู้สึกไหมว่าเถ้าถ่านที่ตกลงมาดูเหมือนจะน้อยลง?” อันชิงอวี๋มองท้องฟ้าผ่านม่านอากาศที่เสิ่นชิงจู่สร้างขึ้น แล้วเอ่ยอย่างครุ่นคิด“อาจจะใกล้จบแล้วก็ได้ เพราะเถ้าถ่านพวกนี้คงไม่ได้มีไม่รู้จบหรอก มิฉะนั้นถ้าเปลี่ยนที่ตกทุกวัน โลกทั้งใบคงจมอยู่ใต้เถ้าถ่านแล้ว”“ก็จริง……”เนื่องจากเป้าหมายของทั้งสามคนค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นครั้งนี้หลินชีเยี่ยจึงเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้น ใช้เวลาเดินเกือบครึ่งชั่วโมงจึงเดินได้ครึ่งทางแต่เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปมากขึ้น บริเวณลึกลับที่แผ่รังสีสีแดงออกมาจากส่วนลึกของนรกก็เริ่มเข้ามาอยู่ในสายตาของทั้งสามคนชายหนุ่มทั้งสามมองผ่านช่องว่างระหว่างยอดเขาไปยังพื้นที่ใจกลาง เห็นบึงโลหิตขนาดเท่ากับทะเลสาบ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาที่ทอดยาวโดยรอบ เถ้าถ่านเหล่านั้นตกลงในบึงโลหิตและถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยปรากฏอยู่ใจกลางบึงโลหิต มีเศษชิ้นส่วนสีดำเหมื