หลินชีเยี่ยที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า หรือแม้แต่อันชิงอวี๋ที่สามารถวิเคราะห์พลังวิญญาณของสรวงสวรรค์ได้……เมื่อเทียบกันแล้ว แสงอันเจิดจ้าของเสิ่นชิงจู่และเจียงเอ่อร์กลับถูกบดบังไปหมดหลังจากที่เจียงเอ่อร์ชี้ให้เห็นประเด็นนี้ หลินชีเยี่ยสามารถจินตนาการได้ว่าด้วยนิสัยของเสิ่นชิงจู่ ตอนนี้เขาคงจะทรมานและรู้สึกผิดมากแค่ไหนเสิ่นชิงจู่ไม่ใช่คนที่ยอมเป็นคนท้ายแถวและยิ่งไม่มีทางที่จะไปขอร้องให้เทพต้าเซี่ยรับเขาเป็นตัวแทนเพื่อขอพลังสิ่งเดียวที่เขาทำได้คือซ่อนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ในใจ แล้วยืนอยู่ท้ายแถวเงียบๆ คอยช่วยเหลือพวกเขา ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“มันเป็นความผิดของฉัน ฉันเป็นหัวหน้าหน่วย ฉันควรจะสังเกตเห็นเร็วกว่านี้” ดวงตาของหลินชีเยี่ยฉายแววขมขื่นอันชิงอวี๋นึกถึงตอนที่อยู่ในสรวงสวรรค์ ภาพที่ไป๋หลี่พั่งพั่งกับเสิ่นชิงจู่ออกไปด้วยกันสองคน เขาพูดอย่างจนปัญญา “ดูเหมือนว่าพั่งพั่งจะเห็นความผิดปกติของพี่คนเท่ก่อนพวกเราทุกคน……เขาเป็นคนที่ละเอียดอ่อนที่สุดแล้ว”“พอกลับไปที่เรือ พวกเราต้องคุยกับพี่คนเท่ให้ดี” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างจริงจัง “พวกเราเป็นพี่น้องกัน มีอะไรก็พูดออกมา เราจะแก้ปัญหาไปด้วยกันนะ”“อืม”อันชิงอวี๋มองแสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าในที่ไกล แล้วพยักหน้า