“ผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว?” หลินชีเยี่ยมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน ก่อนจะหันไปถาม“ครึ่งชั่วโมงแล้ว” อันชิงอวี๋ตอบ“ครึ่งชั่วโมง……” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฝั่งพี่คนเท่เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”ตามหลักการแล้ว กับนิสัยของเสิ่นชิงจู่ การละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านและเข้าสู่ดินแดนบริสุทธิ์ทางจิตใจไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไร แต่เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว อีกฝ่ายยังไม่เข้ามา อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนเรือ หรือไม่ก็ความคิดฟุ้งซ่านในใจซับซ้อนมาก……จากความเข้าใจของหลินชีเยี่ยที่มีต่อเสิ่นชิงจู่ เขาค่อนข้างโน้มเอียงไปทางสาเหตุแรกมากกว่า“ไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น แค่ความคิดฟุ้งซ่านในใจเขามีมากเกินไป เลยเข้ามาไม่ได้” มิคาเอลกวาดตามองความว่างเปล่า แล้วเอ่ยเสียงเรียบคนทั้งสามชะงักอยู่กับที่พร้อมกันพี่คนเท่มีความคิดฟุ้งซ่านมากเกินไป?เป็นไปได้ยังไง?นั่นคือคนที่ต่อสู้เอาชีวิตรอดมาตลอดทาง เป็นพี่ชายสุดเท่ที่ผ่านการเผชิญหน้ากับความเป็นความตายมาแล้ว!ถ้าจะพูดว่าใครในทีมมีจิตใจที่เป็นผู้ใหญ่มากที่สุด ทุกคนต้องเลือกเสิ่นชิงจู่เป็นอันดับแรก หลินชีเยี่ยคิดไม่ออกจริงๆ ว่ายังมีความคิดฟุ้งซ่านแบบไหนที่จะสามารถผูกมัดชายคนนี้ที่ไม่กลัวแม้แต่ความตายได้หลินชีเยี่ยและอันชิงอวี๋สบตากัน ทั้งคู่เห็นความไม่เข้าใจในดวงตาของอีกฝ่าย มีเพียงเจียงเอ่อร์ที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ราวกับนึกอะไรบางอย่างได้จึงเหม่อลอย