ือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งวัน”“มาถึงเส้นทางของปรมาจารย์กระบี่แล้วเหรอ?” หลินชีเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น“พลังจิตของนายพบอะไรบ้างไหม?” เสิ่นชิงจู่ที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง คอยสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบหันมามองแล้วพูดอย่างจนปัญญา “ทัศนวิสัยในหมอกนี้แย่มาก ใช้ตาเปล่าแยกแยะสภาพแวดล้อมรอบตัวไม่ได้เลย ในที่แบบนี้คงมีแต่การรับรู้ทางจิตของนายเท่านั้นที่จะใช้ประโยชน์ได้”“ไม่มี” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “นอกจากสิ่งลี้ลับไม่กี่ตัวที่วนเวียนอยู่รอบๆ พวกเรา ก็ไม่มีสิ่งอื่นให้พบ”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาเหลือบไปมองชายผมทองที่นั่งเงียบๆ อยู่ริมโต๊ะ หลังจากลังเลชั่วขณะ เขาก็เดินไปนั่งลงตรงข้าม“ท่านผู้อาวุโสเซราฟ ท่านพบอะไรบ้างไหมครับ?”การรับรู้ทางจิตของหลินชีเยี่ยนั้นมีที่มาจาก [พิภพเทพ] และเจ้าของผนึกเทวะตัวจริงก็นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้หลินชีเยี่ยไม่รู้ว่าขอบเขตการรับรู้ทางจิตของมิคาเอลกว้างไกลแค่ไหน แต่ต้องเกินขีดจำกัดของเขาอย่างแน่นอนดูเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ามิคาเอลไม่เคยเห็นโจวผิง หลินชีเยี่ยจึงรีบเสริมอย่างรวดเร็ว “พวกเรากำลังตามหาคนๆหนึ่ง เขาชอบใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ สะพายกล่องกระบี่ไว้ด้านหลัง เป็นชาวต้าเซี่ยที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพเจ้าแล้ว……”“ข้ารู้ว่าเจ้าหมายถึงผู้ใด ข้าเห็นภาพที่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพบนดวงจันทร์” มิคาเอลส่ายหน้าอย่างสงบ “เขาไม่ได้อยู่แถวนี้”หลินชีเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง “ท่านเห็นเขากลายเป็นเทพเ