ดิ่งสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งบนผืนหิมะขาวโพลน มีรอยเปื้อนสีแดงฉานกระจัดกระจายอยู่เป็นหย่อม กลิ่นคาวเลือดไม่ได้ถูกกลบด้วยหิมะแต่กลับบอกเล่าถึงการต่อสู้อันโหดร้ายและน่าสะเทือนใจอย่างเงียบงันหลินชีเยี่ยยันเข่า พยายามลุกขึ้นจากพื้นหิมะอย่างโงนเงน แต่กลับรู้สึกมึนเบลอและตาพร่า ขาทั้งสองอ่อนแรงจนทรุดลงนั่งบนพื้นหิมะอีกครั้งผลของเพรียกหาวิญญาณกำลังค่อยๆ จางหายไปความเหนื่อยล้าและอ่อนแรงถาโถมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกายราวกับคลื่น ร่างกายของเขาไม่เจ็บปวด แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีใครมาดึงเอากล้ามเนื้อและกระดูกออกไปจนหมด แม้แต่การยกแขนขึ้นก็ยากเย็นเหลือเกินลมหายใจของหลินชีเยี่ยหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไอหมอกที่เกิดจากลมหายใจในอากาศหนาวเย็นกลับจางลง จนในที่สุด ลมหายใจที่เขาปล่อยออกมาแทบไม่มีอุณหภูมิเหลืออยู่เลยอุณหภูมิร่างกายของเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็วสิ่งที่เกินความคาดหมายของหลินชีเยี่ย คือ กระบวนการนี้ไม่ได้ทรมานอย่างที่คิดไว้ ร่างกายของเขาไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ กลับรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมึนงงในสมอง ความง่วงอุ่นๆ แผ่ซ่านขึ้นมา แม้แต่ความรู้สึกเจ็บปวดจากการรับวิญญาณของเทพสององค์ติดต่อกัน ก็ค่อยๆ จางหายไปภายใต้ความง่วงงุนนี้“ที่แท้นี่คือความรู้สึกหลังจากใช้เพรียกหาวิญญาณสินะ……” หลินชีเยี่ยนั่งอยู่บนพื้นหิมะ เงยหน้ามองหลักศิลาสีดำสูงตระหง่าน กล่าวแผ่วเบาพร้อมร