็ดหิมะที่ปลิวว่อนฟุ้งกระจายไปตามการเคลื่อนไหว เขาเหมือนคนบ้าแทงร่างที่ค่อยๆ ฟื้นคืนสภาพในกองหิมะนั้นหลายสิบครั้ง จนกระทั่งร่างนั้นกลายเป็นเศษเนื้อเต็มพื้น ย้อมหิมะโดยรอบให้แดงฉาน เขาจึงปล่อยมือจากด้ามดาบด้วยความสั่นเทาเขาทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหิมะอย่างหมดแรง ดวงตาที่แก่ชราค่อยๆ ปิดลง เสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความรู้สึกผิดอย่างไร้ที่สิ้นสุด“ขอโทษ หลินชีเยี่ย……ขอโทษ……”“พวกเรา……มาสายเกินไป……”เมื่อได้ยินคำว่า ‘พวกเรา’ ใบหน้าของหลินชีเยี่ยที่เต็มไปด้วยคราบเลือดก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งการปล่อยวาง เขานอนอ่อนแรงอยู่บนพื้นหิมะ เงยหน้ามองศิลาปกป้องประเทศที่เปลวไฟค่อยๆ ดับลง แล้วถอนหายใจยาวเขารู้ว่าหลักศิลาปกป้องประเทศนี้ เขาได้ปกป้องมันไว้ได้แล้ว…สนามรบอีกแห่งหนึ่งจั่วชิงยืนอยู่หน้าหลุมหิมะ ก้มมองลงไปที่เทพแห่งสายลมที่ถูกผนึกอยู่ใต้เท้า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแสงไฟรถสว่างส่องผ่านพายุหิมะ จักรยานไฟฟ้าคันหนึ่งค่อยๆ แล่นเข้ามา ลู่อู๋เหวยหยุดลงข้างๆ จั่วชิง เอื้อมมือถอดหมวกกันน็อคออก“ทำไมคุณมาเร็วขนาดนี้? คุณไม่ได้พาหน่วยพิทักษ์ราตรีที่หมดสติขึ้นเครื่องบินกลับเมืองหลวงแล้วหรอ?” ลู่อู๋เหวยถามอย่างสงสัย“ผมรู้สึกได้ว่ามีเทพต่างแดนบุกรุกเข้ามา เลยกระโดดออกจากเครื่องบินแล้วบินมาที่นี่โดยตรง” จั่วชิงตอบสั้นๆยื่นมือดึงเทพแห่งสายลมออกมาจากหิมะ ทั้งร่างแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อนราวกับรูปปั้น“โอ้……เขาเป็นอะ