งสีขาวพลันวาบผ่าน ไป๋หลี่พั่งพั่งที่สวมเสื้อคลุมสีแดงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาไป๋หลี่พั่งพั่งมองดูโซ่เหล็กสามเส้นที่เหลืออยู่บนร่างของราชันทมิฬ สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก เขาปล่อยคทาหรูอี้ลอยออกไปหน้าทันที มือทั้งสองร่ายคาถา“สวรรค์และโลก ต้นกำเนิดของพลังทั้งปวง ฝึกฝนมานับล้านกัลป์ พิสูจน์พลังวิเศษของข้า ทั้งในและนอกสามภพมีเพียงเต๋าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่……”แสงสีทองสายแล้วสายเล่าแผ่ซ่านออกมาจากคทาหรูอี้ กลายเป็นยันต์สีเหลืองสามแผ่นใหญ่ ลอยอยู่ตรงหน้าไป๋หลี่พั่งพั่ง แผ่รังสีอันลึกลับสูงส่งไป๋หลี่พั่งพั่งกัดปลายนิ้วชี้จนเลือดออก ใช้เลือดสดของตัวเองวาดลวดลายบนยันต์ใหญ่ทั้งสามแผ่นชั่วครู่ แล้วโบกมือเบาๆ ยันต์สามแผ่นที่เปื้อนเลือดก็กลายเป็นสายฟ้า พุ่งไปติดอยู่บนโซ่สามเส้นที่มืดมัวและเลือนรางนั้นในทันทีเมื่อยันต์ทั้งสามปรากฏขึ้น โซ่เหล็กก็มั่นคงแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเงายักษ์ที่สูงเทียมฟ้าเห็นว่าไม่สามารถฉีกกระชากโซ่ได้อีกต่อไป จึงไม่พยายามอีก เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นจ้องมองตรงไปยังเทพทั้งสามที่โจมตีมันมาเนิ่นนานในระยะไม่ไกลมันค่อยๆ ยืนตัวตรง ร่างกายอันใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลเพลิง ศีรษะแตะเมฆหิมะที่หนาทึบและม้วนตัวก้มลงมองเทพเจ้าทั้งสามที่เล็กราวกับมดปลวกอยู่เบื้องล่างมันยื่นมือออกไป กำมือลงในทะเลเพลิงที่หมุนวนอยู่ใต้เท้า เปลวเพลิงพลังอำมหิตมหาศาลก็ถักทอกันเป็นดาบสีด