งกายโยกไปมาตามการสั่นสะเทือนของรถ พวกเขาจ้องมองครูฝึกหลินอย่างตั้งใจ ราวกับเด็กๆ นั่งล้อมรอบกองไฟ ฟังเรื่องราวในอดีตจากทหารเก่าที่กลับมาจากแนวหน้ารถแล่นไปตามถนนขรุขระ ค่อยๆ ขึ้นไปบนยอดเขา ตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทหารใหม่ที่นั่งอยู่ในรถก็สามารถมองเห็นทัศนียภาพของชายแดนได้อย่างชัดเจนหมอกสีเทาพลิ้วไหวอยู่นอกเขตชายแดน ด้านหลังนั้น มีฐานทัพชายแดนตั้งตระหง่านราวกับตะปูที่ถูกตอกลึกลงไปในทุ่งร้าง เมฆหิมะหนาทึบก่อตัวบนท้องฟ้า ปิดกั้นแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน พายุหิมะที่น่าสะพรึงกลัวและหาได้ยากกำลังก่อตัวอย่างเงียบงันเปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!!!ในขณะที่ทหารใหม่ในรถกำลังตั้งใจฟังเรื่องราวของหลินชีเยี่ยอย่างเพลิดเพลิน เสียงฟ้าผ่าราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายหลายครั้งก็ดังขึ้นจากนอกเขตชายแดนเสียงฟ้าผ่าเหล่านี้ทำให้ทหารใหม่ตกใจ เสียงของหลินชีเยี่ยหยุดกะทันหัน เขาขมวดคิ้ว ใช้มือข้างหนึ่งยันขอบรถแล้วกระโดดลง พร้อมกับเปิดวิทยุสื่อสาร พูดกับรถบรรทุกทหารทั้งหมดว่า“หยุดรถทั้งหมด!”บนไหล่เขา รถบรรทุกสิบกว่าคันค่อยๆ จอดลงหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ลงจากรถ หันไปมองทางที่มีเสียงฟ้าร้องดังมา ม่านตาหดเล็กลงทันที!ภายใต้เมฆหิมะที่มืดมิด หมอกสีเทาขาวราวน้ำทะเลที่เต็มท้องฟ้า กำลังพลิกกลับไปมาอย่างบ้าคลั่งนอกปราการศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นนอกปราการศักดิ์สิทธิ์ เงาร่างสูงใหญ่แปดร่างลอยอยู่ระหว่างฟ้าดิน ค่อยๆ ปรากฏขึ้น