หว่างนิ้ว มองลงไปที่ค่ายทหารชายแดนเบื้องล่างที่กำลังวุ่นวาย ดวงตาฉายแววซับซ้อน “พี่คนเท่ นายคิดว่า… ฉันเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนไหมครับ?”“ถ้าแม้แต่หัวหน้าอย่างคุณหลินที่ได้รับเหรียญห้วงอวกาศระดับหน่วยสองเหรียญ และเหรียญห้วงอวกาศส่วนบุคคลอีกหนึ่งเหรียญ ยังไม่ถือว่าเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วน งั้นทั้งต้าเซี่ยคงมีหน่วยพิทักษ์ราตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่กี่คนหรอก” เสิ่นชิงจู่ตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“ฉันไม่ได้พูดถึงเรื่องความดีความชอบ มันไม่มีความหมาย……”“ทำไมความดีความชอบถึงไม่มีความหมายล่ะ?” เสิ่นชิงจู่ถามอย่างงุนงง “ถ้าแม้แต่ผลงานที่นายสร้างไว้เพื่อต้าเซี่ยยังไม่สามารถใช้ประเมินหน่วยพิทักษ์ราตรีได้ แล้วจะใช้อะไรล่ะ?”“ฉันหมายถึงด้านจิตสำนึกและความตระหนักรู้น่ะ” หลินชีเยี่ยรีบพูดต่อ“จิตสำนึกและความตระหนักรู้เหรอ?”“ก็คือความไม่เห็นแก่ตัว การเสียสละ การยอมสละตนเองเพื่อผู้อื่น……อะไรประมาณนี้”“……”เสิ่นชิงจู่จ้องมองด้วยสีหน้าประหลาด “นายกำลังพูดอะไรอยู่?”หลินชีเยี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่“พวกเราคือหน่วยพิทักษ์ราตรี ไม่ใช่นักบุญ ยิ่งไม่ใช่นักคิด” เสิ่นชิงจู่ส่ายหัว “สิ่งเหล่านี้สำคัญก็จริง แต่สำหรับพวกเรา การปฏิบัติหน้าที่สำคัญที่สุด ถ้าจะประเมินหน่วยพิทักษ์ราตรี เราควรดูว่าเขาทำอะไร ไม่ใช่ดูว่าความคิดของเขาสว่างไสวแค่ไหน……ทำไมนายถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา?”หลินชีเยี่ยเง