ล่าเทพและเสาศิลาศักดิ์สิทธิ์ก็หายไปหมด……แต่หลังจากนั้น หมอกที่ชายแดนก็ไม่เคยรุกคืบเข้ามาอีกเลยแม้แต่นิดเดียว” เคอจ่างหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ก่อน พวกเราก็ฟังเรื่องนี้เป็นแค่นิทาน บอกว่าพวกเขาเห็นภาพลวงตาเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า……มันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ?”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงลำโพงที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมของฐานป้องกันชายแดนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เริ่มด้วยเสียงกระแสไฟฟ้าดังซู่ซ่า ไม่นาน เสียงของอันชิงอวี๋ก็ดังก้องไปทั่วทั้งฐานป้องกันชายแดน[ขอให้ทุกคนในฐานป้องกันชายแดนโปรดอย่าตื่นตระหนก ต่อไปนี้ฟังคำสั่งของฉัน…]……เงาร่างของเทพเจ้าพุ่งเข้าหาหลักศิลาสีดำทีละองค์ เทพเจ้าต้าเซี่ยที่ต่อต้านอยู่ที่ชายแดนแห่งหมอกมัวเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ“สหายน้อยหลิน” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของหลินชีเยี่ย เขาเห็นนักพรตคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง กำลังมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน“ท่านอวี้ติ่งเจินเหริน!”หลินชีเยี่ยจำได้ทันทีว่าเป็นอวี้ติ่งเจินเหรินที่พาเขาเข้าร่วมงานชุมนุมท้อสวรรค์ในเทือกเขาคุนหลุน“สหายน้อยหลิน เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง” อวี้ติ่งเจินเหรินเอ่ยอย่างจริงจัง “เจ้ายังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพเจ้า ถึงแม้จะสละชีพเข้าไปในหลักศิลา ก็คงไม่มีประโยชน์มากนัก เรื่องแบบนี้ปล่อยให้พวกเราชนรุ่นเก่าทำก็พอ……พวกเรากำลังจะเข้าสู่วัฏสงสาร ในอนาคตอันยาวนาน ต้าเซี่ยก็ต้องฝากไว้กับชนรุ่นหลัง