หลินชีเยี่ยขี่เมฆพลิกกายตามหลังร่างสีทองที่สวมจีวรอย่างใกล้ชิดจีวร เมฆพลิกกาย……นอกจากซุนหงอคงที่บรรลุเป็นไต๋เสี่ยฮุดโจ้วแล้ว หลินชีเยี่ยนึกไม่ออกว่าจะเป็นใครอีกสำหรับอาการป่วยของซุนหงอคง หลินชีเยี่ยไม่ค่อยเข้าใจมาตลอด ตอนนี้มีโอกาสได้พบกับซุนหงอคงตัวจริงเมื่อร้อยปีก่อน จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความเข้าใจอาการป่วย เขาอยากดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับซุนหงอคงในตอนนั้นราวกับรู้สึกถึงรัศมีของหลินชีเยี่ย ร่างที่ขี่เมฆพลิกกายบินอยู่ไกลๆ ด้านหน้าก็หยุดลอยนิ่งกลางอากาศเขาหันกลับมา ลิงโบราณที่สวมจีวรกำลังขมวดคิ้วจ้องมองมาที่หลินชีเยี่ย ดวงตาสีทองสุกสกาวนั้นฉายแววสงสัยเป็นซุนหงอคงจริงๆหลินชีเยี่ยเห็นโฉมหน้าจริงของเขาแล้ว ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองเมื่อเทียบกับซุนหงอคงในโรงพยาบาล ซุนหงอคงตรงหน้าดูศักดิ์สิทธิ์กว่า ไม่มีกลิ่นอายปีศาจที่แฝงอยู่ ไม่มีสายตาที่คมกริบและน่ากลัว ขนลิงสีทองเปล่งประกายอ่อนๆ ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งเหมือนทะเลสาบในฤดูใบไม้ร่วงเขายืนอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนไต๋เสี่ยฮุดโจ้วที่แท้จริง……ไม่ใช่ฉีเทียนต้าเซิ่ง“เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงใช้เมฆพลิกกายได้?” ไต๋เสี่ยฮุดโจ้วขมวดคิ้ว มองสำรวจหลินชีเยี่ยแล้วเอ่ยถามชายหนุ่มเงียบไป กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ไต๋เสี่ยฮุดโจ้วก็พูดต่อทันทีว่า “เจ้าก็เป็นศิษย์ของเหลาจู่หรือ?”หลินชีเยี่ยชะงักไปชั่วขณะ แต่ก็รีบตอบสนองอย่างรวดเร็ว จึงพยักหน้า“ใช่ครับ”อาจารย์ของซุน