“พวกเรายังอยู่… ดูเหมือนว่าพระนางได้นำภาพฉายกาลเวลาของกระจกคุนหลุนออกมาด้วย” หยางเจี่ยนก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง กล่าวอย่างครุ่นคิด“หมายความว่ายังไง” นาจาเกาหัวอย่างงุนงง“พูดง่ายๆ ก็คือ” หลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วอธิบายว่า “พวกคุณ รวมถึงงานชุมนุมท้อสวรรค์ก่อนหน้านี้ เป็นภาพฉายกาลเวลาที่พระนางใช้กระจกคุนหลุนฉายลงบนคุนหลุนที่แท้จริง เหมือนกับภาพลวงตาที่สมจริงแต่เดิมขอบเขตของภาพฉายกาลเวลาจะครอบคลุมเฉพาะในเทอกเขาคุนหลุนเท่านั้น แต่เมื่อพระนางออกจากโลกเล็กๆ ของเทือกคุนหลุนกลับมายังที่ราบสูงปามีร์ ภาพฉายกาลเวลาก็แผ่ขยายตามมาด้วย ที่นี่ยังคงเป็นที่ราบสูงปามีร์ที่แท้จริง แต่พวกเราสามารถเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อร้อยปีก่อน เหมือนกับมีคนใช้การฉายภาพสามมิติของประวัติศาสตร์ในอดีตมาฉายที่นี่…ช่างเถอะ พูดไปพวกคุณก็คงไม่เข้าใจ แค่รู้ว่าตอนนี้ที่ราบสูงปามีร์เป็นจุดที่โลกแห่งความจริงและภาพฉายในอดีตซ้อนทับกันก็พอ”“เจ้าหมายความว่า พวกเราสามารถเห็นคนในอนาคตที่นี่ และคนในอนาคตก็สามารถเห็นพวกเราที่อยู่ในอดีตได้ใช่ไหม” ในที่สุดนาจาก็เข้าใจ“ถูกต้อง เป็นอย่างนั้นแหละ”“ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”“ยามนี้มิใช่เวลาที่จะมาตื่นตะลึงหรอก” หยางเจี่ยนหรี่ตามองไปทางที่ซีหวังหมู่และจื่อเวยซิงจวินจากไป ดวงตาฉายแววกังวล “พวกเราควรจะตามไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชายแดนกันแน่……”ขณะที่หยางเจี่ยนกำลังจะตามไป หลินชี