‘เขาจำฉันไม่ได้เหรอ?’หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วแล้วเอ่ยปาก “เจินเหริน ท่านจำผมไม่ได้แล้วเหรอครับ? ผมคือหลินชีเยี่ย เราเคยพบกันที่ที่ราบฟ้าสูงไงครับ”“ที่ราบฟ้าสูงหรือ?” อวี้ติ่งเจินเหรินชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้าซ้ำๆ “ข้าไม่เคยไปที่ที่ราบฟ้าสูงมาก่อนและก็ไม่เคยพบเจ้าด้วย”หลินชีเยี่ยมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนของอวี้ติ่งเจินเหริน ไม่รู้ทำไมขนทั่วร่างของเขาถึงลุกชันขึ้นมาทีละเส้นเขาจำได้อย่างชัดเจนว่า ตอนนั้นที่ที่ราบฟ้าสูง อวี้ติ่งเจินเหรินยังเป็นฝ่ายเข้ามาขวางทางเขา และกล่าวขอบคุณเขาด้วย……แล้วทำไมถึงจำเขาไม่ได้ล่ะ?“สหายน้อยท่านนี้ เจ้าก็ได้รับเชิญมาร่วมงานชุมนุมท้อสวรรค์เช่นกันหรือ? ไม่ทราบว่าสืบทอดวิชามาจากที่ใด?”อวี้ติ่งเจินเหรินเห็นหลินชีเยี่ยอึ้งไป จึงเอ่ยปากถามขึ้นมาเอง‘งานชุมนุมท้อสวรรค์?’ในสมองของหลินชีเยี่ย ความทรงจำเกี่ยวกับตำนานเทพปกรณัมของงานชุมนุมท้อสวรรค์ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วตามตำนานเล่าขาน งานชุมนุมท้อสวรรค์เป็นงานฉลองวันคล้ายวันเกิดของซีหวังหมู่ โดยเธอจัดเลี้ยงเหล่าเทพเจ้าด้วยท้อสวรรค์ สถานที่จัดงานคือตำหนักของซีหวังหมู่ สระหยกบนเขาคุนหลุน‘ที่ราบสูงปามีร์… เทือกเขาคุนหลุน…’‘หรือว่าลวดลายทองสำริดบนทุ่งหิมะนั้นเชื่อมต่อกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนในตำนาน?’“เอ่อ……” หลินชีเยี่ยพูดไม่ออก ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีในตอนนั้นเอง เสียงดนตรีอันไพเราะก็ลอยแว่วมาจากภูเขาเซียนที่อยู