นๆ ไม่มีข้อคัดค้าน จึงพยักหน้าและสวมหูฟังวิทยุ“ฉันมีคำถาม” อันชิงอวี๋ยกมือขึ้นทันที“หืม?”“ตอนที่เฝ้าพื้นที่แล้วรู้สึกเบื่อ ฉันสามารถผ่าสิ่งลี้ลับได้ไหม?” อันชิงอวี๋ชี้ไปที่กล่องดำข้างๆ อย่างจริงจัง “ฉันเอาซากของสิ่งลี้ลับขั้นอนันต์มาจากเมืองหลวงด้วย”“ตราบใดที่ไม่ทำให้ทหารใหม่ตกใจก็ได้”“ไม่มีปัญหา” ดวงตาของอันชิงอวี๋เป็นประกายขึ้นมาทันที“งั้นก็ตกลงตามนี้ ออกเดินทางกันเถอะ!”ประตูห้องโดยสารเปิดออกอีกครั้ง อันชิงอวี๋แบกเจียงเอ่อร์พร้อมถือกล่องสีดำ กระโดดลงไปเป็นคนแรก เจียงเอ่อร์อยู่ในสภาพวิญญาณ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายโลงศพของตัวเองได้ ดังนั้นจึงต้องให้อันชิงอวี๋ช่วยจัดวางโลงศพให้เรียบร้อยก่อน เธอถึงจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเครื่องบินบินไปได้สักพัก หลินชีเยี่ยก็กระโดดลงจากเครื่อง ต่างกันตรงที่เขาไม่ได้พกร่มชูชีพมาด้วยท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ หลินชีเยี่ยอ้าปากอย่างสงบ ท่องว่า“ต้าเผิงโบยบินลู่ลม พุ่งทะยานสู่นภาเก้าหมื่นลี้”ลมพายุพัดกระหน่ำออกมาจากความว่างเปล่า รองรับร่างของเขา ค่อยๆ ลอยลงมาบนหน้าผาสูงชันของเทือกเขาหิมะ