แต่ถ้าเป็นสองตัวโจมตีพร้อมกัน พวกเขาไม่มีทางต้านทานได้แน่ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยังมีสิ่งลี้ลับระดับต่ำกว่าคอยรบกวนอีกซูเจ๋อหันไปมองยอดเขา เห็นเม่นยักษ์หนามเหล็กตัวหนึ่งกับชายไร้ศีรษะที่ถือดาบประหารสีเลือดสองเล่มกำลังวิ่งไล่ตามมาอย่างรวดเร็วหากปล่อยให้สิ่งลี้ลับสองตัวนี้ตามมาทัน ทั้งสี่คนที่อยู่ตรงนี้แทบจะไม่มีทางรอดเลย“แย่แล้ว……” ซูเจ๋อพึมพำฟางโม่เห็นดังนั้น ในดวงตาปรากฏแววดิ้นรนชั่วขณะ จากนั้นก็ตัดสินใจบางอย่างได้ เขาแกะผ้าพันแผลออกเล็กน้อยด้วยตัวเองกลิ่นหอมหวานของเลือดลอยออกมาจากบาดแผลบนแขนของเขา ทันทีที่ได้กลิ่นนี้ ติงฉงเฟิงและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง จากนั้นเขาก็นึกถึงบางอย่างได้ จึงเบิกตากว้างมองฟางโม่“ฟางโม่! นาย……” ไม่ทันที่ติงฉงเฟิงจะพูดจบ ฟางโม่ก็กระโดดลงพื้นอย่างแรง เปลี่ยนร่างเป็นแมวขาวที่บาดเจ็บวิ่งหนีออกห่างจากทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของภูเขาสิ่งลี้ลับสองตัวที่กำลังวิ่งไล่ล่าเข้ามาจากระยะไกลเปลี่ยนเป้าหมายทันที ไล่ตาม ฟางโม่ไปสิ่งลี้ลับที่เดิมล้อมทั้งสามคนอยู่ก็ถอยออกไปเป็นส่วนใหญ่“เสียสละตัวเองเพื่อล่อสิ่งลี้ลับไปแลกกับโอกาสรอดชีวิตของสมาชิกคนอื่นสินะ……”ในเงามืดของต้นไม้ใหญ่ หลินชีเยี่ยที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น เขาพึมพำเบาๆ “ลองดูซิว่าในช่วงความเป็นความตาย นายจะแสดงศักยภาพอะไรออกมาได้บ้าง”หลังจากหลินชีเยี่ยแน่ใจว่าติงฉงเฟิงและอีกสองคน