่องไม่เป็นเรื่อง”
หรือจะลองเจรจาให้เขาอยู่ที่จวนขุนพลเทวะเพื่อสอนตนเอง? แต่จวนขุนพลเทวะก็อาจจะไม่ยอมให้ยอดฝีมือจากภายนอกที่เทียบเท่ากับคนรุ่นที่หนึ่งของตระกูล พำนักอยู่ในจวนเป็นเวลานาน และอีกฝ่ายก็อาจจะไม่ตกลง
“ช่างเถอะ เขาไม่ต้องร่ายรำแล้ว”
ในตอนนี้เอง เสียงของหลี่ชางเสวียนก็ดังขึ้นมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
เซียวเหยียนที่กำลังครุ่นคิดตัดสินใจอยู่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปและมองไปยังอีกฝ่าย
ไป๋เฟิงอู่ได้สติกลับมา รีบกล่าว “ท่านปรมาจารย์กระบี่อาวุโส นี่…นี่เป็นเพราะเหตุใดเจ้าคะ?”
“ในแววตาของเขาไม่มีกระบี่ ไม่ได้รักกระบี่ อายุยังน้อย แต่ความคิดกลับซับซ้อน ไม่ใช่คนที่จะฝึกกระบี่ได้”
สีหน้าของหลี่ชางเสวียนกลับคืนสู่ความเฉยเมย หากไม่ใช่เพราะที่นี่คือจวนขุนพลเทวะ ตอนนี้เขาคงจะหันหลังเดินจากไปแล้ว แม้แต่คำอธิบายก็คงไม่พูดสักคำ
“ท่านปรมาจารย์กระบี่อาวุโส เด็กคนนี้คงจะตื่นเต้นน่ะขอรับ ให้โอกาสเขาได้แสดงสักครั้งเถิด…” เซียวอันรีบกล่าว นี่คือโอกาสที่พันปีจะมีสักครั้ง หากพลาดไปจะสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ อีกฝ่ายก็เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง สายตาที่เย็นชาดุจคมกระบี่นั้นทำให้เซียวอันรู้สึกเย็นวาบ