ๆ ทีจะพูดมากขนาดนี้ หลี่ชางเสวียนจึงพูดให้ชัดเจนไปเลย
เขามองไปยังเยว่ชิงเหอแล้วกล่าวกับไป๋เฟิงอู่ “ก่อนหน้านี้ตอนที่เด็กหญิงน้อยคนนี้เดินเข้ามา นางอุ้มกระบี่อยู่ ข้าสามารถมองเห็นกระบี่ในแววตาของนางได้ นางรักกระบี่ ในบรรดาอาวุธหนึ่งพันชิ้น นางจะมองเห็นกระบี่ในแวบแรก! เช่นนี้แล้ว ถึงแม้พรสวรรค์จะด้อยไปบ้าง ในอนาคตเมื่อฝึกกระบี่ทุกวันจนหลอมรวมใจกระบี่ได้ ก็จะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงพรสวรรค์ของนางที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว”
พูดจบ เขาก็มองไปยังเซียวเหยียน “ส่วนเด็กคนนี้ ในแววตาของเขาไม่มีเงาของกระบี่อยู่เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะรับกระบี่มา ก็ไม่เห็นอารมณ์ใดๆ พรสวรรค์จะเป็นเช่นไร ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”
“เขาไม่เหมาะกับเส้นทางแห่งเพลงกระบี่!”
ในที่สุดเขาก็ให้คำตัดสินออกมา
เมื่อสิ้นประโยคนี้ ไป๋เฟิงอู่ก็ราวกับถูกปิดปากจนพูดอะไรไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งสวน
ไป๋เฟิงอู่อ้าปากจะพูดแต่ก็หยุด เมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของอีกฝ่าย ก็รู้ว่าเกลี้ยกล่อมไปก็ไร้ประโยชน์ เว้นเสียแต่จะไปเชิญผู้อาวุโสประจำตระกูลออกมา แต่ถ้าทำเช่นนั้นก็จะเสียเกียรติของตระกูลเซียวเกินไป นางก้มหน้าลงมองเซียวเหยียนด้วยแววตาที่ซั