ภาพใบหน้าที่คุ้นเคยและหยาบกร้านปรากฏขึ้นในใจของเฉินหาน พร้อมกับบทสนทนาที่ยังคงก้องอยู่ในหู“……ฉันรู้อยู่แล้วว่า เจ้าหนุ่มจะต้องเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีที่ยอดเยี่ยมแน่นอน… ฉันไม่เคยมองคนผิดหรอก”“ผมอ่อนแอเกินไป ผมทำได้แค่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา และมองพวกเขาต่อสู้จนบาดเจ็บสาหัสด้วยตาตัวเอง ผมทำอะไรไม่ได้เลย……”“……นายยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะเติบโต สักวันหนึ่ง นายจะได้เป็นรุ่นพี่ที่แบกรับอนาคตของหน่วยพิทักษ์ราตรี……”ตอนที่ได้ยินครั้งแรก มันเป็นเพียงคำปลอบใจจากหลี่เต๋อหยาง แต่ตอนนี้เมื่อลองคิดทบทวนดูอีกครั้ง ความหมายกลับต่างไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากอำเภออันถ่ากลับคืนสู่สภาพปกติได้ระยะหนึ่ง ผู้บัญชาการจั่วก็ได้เข้าหาหน่วย 332 และพบกับเฉินหานตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่าพลังที่อยู่ในร่างกายของตัวเองหมายถึงอะไร จนกระทั่งได้คุยกับจั่วชิง เขาถึงตระหนักได้ว่า… ตัวเองได้กลายเป็นตัวแทนของเฟิงตูต้าตี้ไปแล้วหลังจากหลี่เต๋อหยางจากไป ช่วงเวลาที่ต้องปกป้องอำเภออันถ่าเพียงลำพังนั้นเป็นการฝึกฝนของเฉินหาน และเป็นการทดสอบที่หลี่เต๋อหยางมอบให้เขาด้วยและเฉินหานก็ได้พิสูจน์ด้วยการกระทำจริงว่า หลี่เต๋อหยางไม่ได้มองคนผิด“สองปีสินะ……” หลินชีเยี่ยสัมผัสได้ถึงพลังขั้นอนันต์ที่แผ่ออกมาจากตัวเฉินหาน ดวงตาของเขาฉายแววตื้นตันใจ ใช้เวลาสองปี จากขั้นฉือที่อยู่ปลายแถวของหน่วยพิทักษ์ราตรี พุ่งทะยานขึ้นไปถึงขั้นอนันต์ ความเร็วนี้ช่างน่าตกใ