ืดมัวโดยไม่รู้ตัว ถนนสี่แยกสีเทานี้ทอดยาวออกไปในทิศทางต่างๆ จมหายไปในม่านหมอกที่ม้วนตัว มองไปไกลแค่ไหนก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุด เหลือเพียงความลึกลับและความไม่รู้อันไร้ที่สิ้นสุดพวกเขาเพิ่งเดินมาถึงตรงกลาง ราวกับรับรู้บางสิ่งบางอย่าง จึงหยุดฝีเท้าพร้อมกันอากาศพลันตกอยู่ในความเงียบหลินชีเยี่ยยืนอยู่บนทางม้าลาย สีหน้าแสดงความประหลาดใจ เขาหันไปมองถนนทางซ้ายที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก ลังเลครู่หนึ่ง จึงมองไปทางถนนทางขวา……“คนทางซ้ายนั่น มาหาฉัน”หน้ากากหวังจ้องมองถนนทางซ้าย ก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ“คนทางขวานั่น น่าจะมาหาผม” หลินชีเยี่ยนึกถึงคำพูดของอวี้ติ่งเจินเหรินเมื่อครู่ จึงตอบกลับไป“เรื่องของนาย ฉันจะช่วยถามให้ด้วย” หน้ากากหวังก้าวเท้า เดินอย่างสงบไปทางถนนฝั่งซ้าย ร่างกายค่อยๆหายไปในหมอก “แล้วเจอกันที่ต้าเซี่ย”“ครับ”หลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก หมุนตัวเดินเข้าไปในถนนทางขวา สองเงาร่าง หนึ่งสีเทาหนึ่งสีแดง แยกย้ายกันไปคนละทิศทางที่สี่แยกในม่านหมอก แล้วหายลับไป……หน้ากากหวังเดินอยู่ในหมอกมานานถนนสองข้างทางถูกทิ้งร้างมาเป็นร้อยปี ทั้งเงียบสงัดไร้สิ่งมีชีวิต กิ่งไม้ผุพังถูกลมพัดเบาๆ ก็แตกเป็นผุยผงลอยละล่องในอากาศราวกับวิญญาณตึก!ทันทีที่หน้ากากหวังก้าวข้ามทางม้าลาย เศษกิ่งไม้ที่ลอยอยู่ในอากาศพลันหยุดนิ่ง ราวกับเป็นจุดดำที่ฝังอยู่บนท้องฟ้าสีเทา หยุดนิ่งชั่วนิรันดร์แม้แต่ลมและหมอกก็หยุดนิ่งในชั่วขณะนั้นเวลาหยุด