ดาบยักษ์จากน้ำทะเลแทงเข้าไปในความว่างเปล่า แต่ไม่ได้สัมผัสถูกร่างของอู๋เซียงหนานในขณะเดียวกัน ณ จุดหนึ่งที่เชิงเขาซากศพ เงามืดของรัตติกาลรวมตัวกันอีกครั้ง ร่างของอู๋เซียงหนานเดินโซเซออกมาจากความมืด หายใจหอบหนักเขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ร่างสีแดงเข้มที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามราตรี มุมปากปรากฏรอยยิ้มบาง“ขอบใจนะชีเยี่ย”หลินชีเยี่ยที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่งไม่ได้ตอบอะไรตอนนี้เขาทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับเบาะรองนั่ง ไม่สามารถพูดหรือเคลื่อนไหวได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือควบคุมม่านราตรีที่ปกคลุมทั่วทั้งที่ราบฟ้าสูงเขาเคลื่อนไหวจิตใจ ความมืดของรัตติกาลก็เคลื่อนไหวตาม จากนั้นตัวเขาพร้อมกับเบาะรองนั่งด้านล่างพลันหายวับไปจากที่เดิมเมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ก็กะพริบวาบมาอยู่เหนือภูเขาซากศพที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำทะเลแล้ว‘บัญชีของพวกเรา……ถึงเวลาที่จะต้องชำระกันให้ดีแล้ว’ จิตสังหารพลุ่งพล่านในใจของหลินชีเยี่ยปัง! ปัง! ปัง!เมื่อความมืดกัดกร่อนภูเขาซากศพ ร่างของเทพทีละร่างถูกย้อมด้วยสีของราตรี ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากภูเขาซากศพบางร่างขาดแขน บางร่างขาดขา แต่ส่วนใหญ่ร่างกายยังคงสภาพสมบูรณ์ บางร่างยังถืออาวุธที่เปื้อนเลือดเทพอยู่ในมือพลัง [อนธการกัดกร่อน] มีความสามารถในการกัดกร่อนทุกสิ่งรอบตัวในรูปแบบที่ดั้งเดิมที่สุด ทุกสิ่งที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมืดสนิท ไม่ว่าจะเป็นวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาตอนนี้หล