าโนโอะจะรับรู้ถึงพลังของดาบอามาโนะมุราคุโมะ เขาคำรามด้วยความโกรธ ระดมพลังเทวะของตัวเอง หมายจะแย่งชิงดาบคืนจากมือของอู๋เซียงหนาน แต่เขาละเลยจุดสำคัญที่สุดไปดาบอามาโนะมุราคุโมะเล่มนี้ แต่เดิมเทพีอามะเทะระสึได้มอบให้เขาในช่วงความวุ่นวายของจันทร์สีเลือด และตอนนี้อู๋เซียงหนานกำลังแบกรับรากฐานสุริยันของเทพีอามะเทะระสึไว้!เมื่ออู๋เซียงหนานตั้งใจเคลื่อนไหวรากฐานภายในร่างกาย ดาบอามาโนะมุราคุโมะ ในมือของเขาเพียงเพียงสั่นเล็กน้อยตามเสียงเรียกของซูซาโนโอะ แล้วกลับสู่ความสงบสำหรับดาบอามาโนะมุราคุโมะแล้ว กลิ่นอายบนตัวอู๋เซียงหนานใกล้เคียงกับเจ้าของดั้งเดิมมากกว่าดาบเล่มนี้ ซูซาโนโอะไม่สามารถแย่งชิงกลับไปได้อีกแล้ว……เปลวเพลิงโทสะแทบจะเผาผลาญร่างกายของเขา เขากระทืบเท้าลงบนภูเขาซากศพอย่างรุนแรง ร่างกายอันใหญ่โตกระโจนลงมาจากยอดเขา บดบังดวงจันทร์สีเลือดไปครึ่งหนึ่ง น้ำทะเลมากมายม้วนตัวขึ้นมาที่หมัดของเขา พุ่งเข้าใส่ร่างสองร่างนั้นอย่างดุดัน!ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าก็มืดลงอย่างเห็นได้ชัดราตรีคืบคลานม่านราตรีสีดำปกคลุมท้องฟ้าสีเลือด แทบจะบดบังดวงจันทร์สีเลือดไปทั้งหมด ความมืดมิดลึกล้ำกลืนกินทุกสิ่งในโลกอย่างเงียบงันณ ปลายสุดของราตรีนี้ ร่างสีแดงเข้มนั่งขัดสมาธิบนเบาะ ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นดินที่แตกร้าว หลินชีเยี่ยหลับตาลง เสื้อคลุมสีแดงเข้มของเขากลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดของรัตติกาล ราวกับว่าม่านราตรี