คนอื่น ก็เป็นเรื่องปกติใช่ไหม?’
เมื่อฟังคำพูดของเซียวเหยียนจบ ในใจของไป๋เฟิงอู่ก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที และเกิดการคาดเดาบางอย่างขึ้นมา ‘หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือในกองทัพที่ขุนศึกอาญายุทธ์ส่งมาคอยคุ้มกันลับๆ? หรือว่า…จะเป็นผู้อาวุโสประจำตระกูลผู้นั้น?’
นางกดการคาดเดาในใจลง ไม่ได้สงสัยคำพูดของเซียวเหยียน ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าเซียวเหยียนจะโตเกินวัยเพียงใด เขาก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่อายุไม่ถึงเจ็ดขวบ และยังไม่ได้ก้าวสู่วิถียุทธ์ หากไม่มีผู้ที่แข็งแกร่งคอยคุ้มกันอยู่ลับๆ ย่อมต้องตายอย่างแน่นอน
จากนั้น ไป๋เฟิงอู่ก็ให้ชิวเยว่พาเซียวเหยียนและเยว่ชิงเหอไปพักผ่อนที่เรือนวสันต์นิรันดร์ก่อน เพื่อปลอบขวัญเด็กๆ
ส่วนนางก็นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของเรือนขุนเขาสายน้ำ เรียกคนรับใช้ที่เคยเล่นหมากเป็นเพื่อนเซียวเหยียน และคนรับใช้คนแรกที่ได้ยินเสียงเรียกของเซียวเหยียนมาสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมกันนั้น นางก็เรียกยอดฝีมือในจวนมาตรวจสอบศพของนักฆ่า
ไม่นานนัก ก็ได้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของคนรับใช้ ตั้งแต่นักฆ่าผู้นั้นเข้าจวนมาเมื่อใด แสดงพรสวรรค์ด้านการเล่นหมากอย่างไร และเข้าตีสนิทกับคนในเรือนขุนเขาสายน้ำอย่างไร เห็นได้ชัด