มเดียวเล่า?”นับตั้งแต่เมอร์ลินออกจากโรงพยาบาล หลินชีเยี่ยเพิ่งเห็นสีหน้างุนงงบนใบหน้าของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก ดวงตาที่เปล่งประกายดาราจ้องมองไปที่รอยแตกของกระจกยาตะ แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางของโชคชะตาได้อย่างชัดเจนคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น“มลพิษของจันทร์สีเลือดจะส่งผลกระทบต่อแวดวงผู้เลื่อมใสผ่านรอยแตกนี้เหรอครับ?” หลินชีเยี่ยพยายามนึกทบทวนอย่างละเอียดแล้วส่ายหน้า “ตอนที่ผมอยู่ในแวดวงผู้เลื่อมใสก่อนหน้านี้ ผมไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของจันทร์สีเลือดเลย……จะเป็นไปได้ไหมว่ามลพิษแทรกซึมช้าเกินไป?”“เป็นไปไม่ได้” เมอร์ลินชี้ไปที่รอยสีแดงตรงมุมกระจก “มันแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ตามความเร็วนี้ อย่างมากครึ่งปี กระจกยาตะก็จะถูกกัดกร่อนจนหมดสิ้น……มันไม่ได้แทรกซึมช้า แต่เพิ่งเริ่มแทรกซึมเข้าไปเมื่อหนึ่งหรือสองเดือนก่อน หากข้าเดาไม่ผิด ในช่วงห้าสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีบางสิ่งที่คอยขัดขวางการรุกรานของจันทร์สีเลือดต่อกระจกยาตะมาตลอด……แต่เมื่อหนึ่งหรือสองเดือนก่อน มันก็หมดประสิทธิภาพลง”หนึ่งหรือสองเดือนก่อน?นั่นไม่ใช่เวลาที่พวกเขาออกจากญี่ปุ่นและกลับมายังต้าเซี่ยพอดีหรอกเหรอ?หลินชีเยี่ยก้มหน้าครุ่นคิด สายตาเหลือบไปเห็นสายธารแสงเหนือที่ไหลผ่านข้างกายอย่างเชื่องช้า เขาราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาจึงจับจ้องนิ่งมีอยู่มาตลอดห้าสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่หายไปเมื่อหนึ่งหรือสองเดือนก่อน……เส้นเวลานี้ดูเหมือนจะตรงกับเวล