ว่าอารมณ์ของทุกคนสงบลงแล้ว อันชิงอวี๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งดวงตาของเขาเปล่งประกายเล็กน้อย“ไม่ การค้นหาแบบนี้ช้าเกินไป พวกเรากลับไปที่สำนักงานใหญ่กันเถอะ ไปหาอีกคนหนึ่ง……”“ดี! ไปกันเลย!”ไม่ทันที่อันชิงอวี๋จะพูดจบ ไป๋หลี่พั่งพั่งก็พุ่งขึ้นรถจี๊ปเป็นคนแรก รีบคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หันหลังกลับมาโบกมือให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ที่ยังยืนงงอยู่ที่เดิม “รออะไรกันอยู่ล่ะ? ขึ้นรถเร็วเข้า?!”คนอื่นๆ รีบได้สติกลับมาและพุ่งขึ้นรถจี๊ปพวกเขาเชื่อใจอันชิงอวี๋ รองหัวหน้าคนนี้อย่างสมบูรณ์ เมื่อเขาบอกว่ากลับไปที่สำนักงานใหญ่จะมีวิธีหาหลินชีเยี่ยได้ พวกเขาก็ไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น แค่ทำตามอย่างว่าง่ายก็พออันชิงอวี๋เดินตามหลังทุกคนมา ยิ้มอย่างจนใจแล้วก็ตามขึ้นรถจี๊ปไปไม่มี [เมฆพลิกกาย] ของหลินชีเยี่ย และไม่มีมังกรให้ขี่ [ปราการหยก] ของไป๋หลี่พั่งพั่งก็ไม่สามารถบรรทุกคนได้มากขนาดนั้นในคราวเดียว พวกเขาจึงต้องไปยังฐานทัพที่ใกล้ที่สุดเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับเมืองหลวงโชคดีที่โลงศพของเจียงเอ่อร์สามารถวางไว้ในกระโปรงหลังได้ รถจี๊ปคันหนึ่งพอดีกับพวกเขาสี่คน ไป๋หลี่พั่งพั่งเป็นคนขับ เฉาเยวียนนั่งข้างคนขับ ส่วนเสิ่นชิงจู่นั่งเบาะหลังกับอันชิงอวี๋รถจี๊ปแล่นฉิวไปบนถนน…ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“เชิญเข้ามา”ลู่อู๋เหวยที่สวมชุดเครื่องแบบสีเหลืองเปิดประตูห้องทำงานและเดินเข้ามาหาจั่วชิง“มีอะไรหรือถึงได้รีบเรียกผมมาแบบนี้?”