“แล้วพวกเราจะทำยังไงดีล่ะ?” หลินชีเยี่ยหันกลับไปมองพวกสัตว์ประหลาดน่าขยะแขยงที่ไล่ตามมาไม่ลดละแล้วถามเมอร์ลินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เหลือบมองไปด้านหลังอย่างเรียบเฉย “แค่แมลงวันไม่กี่ตัวเท่านั้น ตบให้ตายก็สิ้นเรื่อง”สิ้นเสียง วงเวทย์สีน้ำเงินเข้มหลายวงพลันแผ่ขยายออกที่ท้ายรถม้า เสาแสงที่ทำลายล้างทุกสิ่งพุ่งออกมาราวกับคมดาบ ในชั่วพริบตาก็กลืนกินร่างของกูลที่ไล่ตามมาติดๆ พวกมันยังไม่ทันได้เปล่งแม้แต่เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดออกมา ก็พลันสลายหายไปเสียแล้วเถ้าถ่านสีน้ำเงินลอยละล่องอยู่ในอากาศ ท้องฟ้าสีเลือดจมดิ่งลงสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งเจียหลานอ้าปากค้างร่างของหลินชีเยี่ยที่พิงพนักเก้าอี้อยู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางเมื่อมีเมอร์ลินอยู่ข้างกาย แม้จะอยู่ในที่ราบฟ้าสูงที่ตกอยู่ภายใต้พระจันทร์สีเลือดแล้ว หลินชีเยี่ยก็ยังรู้สึกอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่ดินแดนแห่งหายนะที่เหล่าเทพเจ้าล่มสลาย แต่เป็นเพียงสวนหลังบ้านของพวกเขาเท่านั้นช่างเป็นความรู้สึกปลอดภัยที่น่าสาปแช่งอะไรเช่นนี้!สรรเสริญเทพเจ้าแห่งเวทมนตร์!หลินชีเยี่ยกวาดตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นว่ารถม้าไม่ได้มุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของที่ราบฟ้าสูง แต่กลับวิ่งไปตามเส้นทางรอบนอก ค่อยๆ เคลื่อนตัวเป็นเส้นโค้งอย่างไม่รีบร้อน จึงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย“ท่านเมอร์ลิน พวกเรากำลังจะไปไหนกันเหรอ?”เมอร์ลินยิ้มน้อยๆ “