านตระกูลคาเซมัตสึริ แล้วมุ่งหน้าไปยังตรอกเปลี่ยวๆ หลังจากเลี้ยวไปหลายโค้งก็มาถึงหน้าบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งอามามิยะ ฮารูกิยื่นมือออกไปเคาะประตูครู่หนึ่งผ่านไป ประตูก็เปิดออก ร่างของคนที่หน้ากากหวังคิดไม่ถึงเลยยืนนิ่งอยู่หลังประตู“อู๋เซียงหนาน?”หน้ากากหวังอุทานชื่อของเขาออกมาอย่างประหลาดใจสายตาของอู๋เซียงหนานกวาดมองผ่านอามามิยะ ฮารูกิแล้วหยุดอยู่ที่หน้ากากหวัง เขาพิจารณาชายชราผมขาวโพลนคนนี้อย่างจริงจังเป็นเวลานาน ดวงตาฉายแววสงสัย“คุณเป็นใคร?”หน้ากากหวังไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เงียบๆ หยิบหน้ากากที่มีรอยแตกร้าวซึ่งมีตัวอักษร ‘หวัง’ ออกมาจากอกเสื้อ……อู๋เซียงหนานตกตะลึง เขาจ้องมองใบหน้าอันชราภาพของหน้ากากหวังเป็นเวลานาน อ้าปากด้วยความตกใจ……“นั่งลงเถอะ ที่นี่ของผมค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราเหมือนบ้านของตระกูลคาเซมัตสึริหรอกนะ”อู๋เซียงหนานถือถ้วยชาร้อนเดินออกมาจากครัว วางลงตรงหน้าหน้ากากหวัง แล้วยิ้มอย่างจนใจอามามิยะ ฮารูกิพาหน้ากากหวังมาส่งที่นี่แล้วก็กลับไปบ้านคาเซมัตสึริก่อน เพราะนี่เป็นการพบกันของคนจากต้าเซี่ยสองคน ถ้าเขาอยู่ต่อก็คงฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง แทนที่จะอึดอัดใจในภายหลัง เขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาเลยหน้ากากหวังรับถ้วยชามา ค่อยๆ จิบ “แต่ที่นี่ทำให้รู้สึกสบายใจมากกว่า”“จริงๆ แล้วพี่น้องที่บ้านคาเซมัตสึริและหนุ่มที่พาคุณมาเมื่อกี้ ก็เป็นคนดีทั้งนั้นแหละ”“แต่ในต่างแดน ฟังภาษาจีนแล