ประตูห้องปิดลงเสียงดัง “ปัง”ไป๋หลี่พั่งพั่งยืนอยู่บนธนบัตรที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น เขานิ่งอึ้งราวกับรูปปั้นผ่านไปสักพัก เขาจึงชี้นิ้วไปที่ประตูบานนั้นและเอ่ยปากด้วยความไม่อยากเชื่อ “เขาบ้าไปแล้วเหรอ? เขาบอกว่าเงินที่ผมใช้เป็นเงินปลอม?! เป็นไปไม่ได้ที่นี่จะเป็นเงินปลอม?!”เสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้วมุ่น เขาก้มลงหยิบธนบัตรใบหนึ่งจากพื้นขึ้นมาอย่างสุ่มๆ แล้วพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดครู่หนึ่ง“นี่เป็นของจริง”“แน่นอนว่าเป็นของจริง!”“แต่สีหน้าของชาวบ้านคนนั้นเมื่อครู่ ก็ไม่เหมือนกับว่าเขาแกล้งทำ ตอนที่ได้ยินตัวเลขห้าหมื่นหยวน เขาดูตื่นตระหนกจริงๆ” เฉาเยวียนขมวดคิ้วครุ่นคิดเสิ่นชิงจู่เก็บเงินจากพื้นขึ้นมาทีละใบ แล้วยัดใส่มือของไป๋หลี่พั่งพั่ง เขาหันหลังกลับมาหรี่ตามองหมู่บ้านชาวประมงโบราณที่จมอยู่ในความมืด แล้วพูดอย่างช้าๆ“เงินไม่มีปัญหา สิ่งที่มีปัญหา… คือหมู่บ้านนี้”“หมายความว่ายังไง?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างงุนงงเสิ่นชิงจู่เอ่ยขึ้นอย่างสงบ “ตั้งแต่บ้านหลังแรกเปิดประตู ฉันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังบ้านนั้นเป็นปฏิทินเมื่อห้าสิบปีก่อน”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก ขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ในความทรงจำไม่มีภาพปฏิทินนั้นเลย“ปฏิทินเมื่อห้าสิบปีก่อน?” เฉาเยวียนเอ่ยอย่างประหลาดใจ “อาจจะแขวนผิดหรือเปล่า?”“ไม่ใช่ ปฏิทินนั้นใหม่เกินไป ไม่เหมือนสิ่งพิมพ์เมื่อห้าสิบปีก่อนเล