“หน่วยเร้นลับหายตัวไปงั้นเหรอ?”สีหน้าของทุกคนที่อยู่ในที่นั้นพลันเคร่งเครียดขึ้นมาหลินชีเยี่ยนึกถึงคราบเลือดบนกำแพง จึงถามอย่างสงสัย “จับคนทรยศนั่นได้แล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่สามารถทรมานเขาให้บอกที่อยู่ของหน่วยเร้นลับได้หรือครับ?”“เขาตายแล้ว” จั่วชิงเว้นวรรค “ฉันได้รู้ตัวตนของคนที่อยู่เบื้องหลังเขาแล้ว……แต่ว่า การจะล้วงความลับจากปากเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”“ดังนั้น คุณอยากให้พวกเราไปตามหาร่องรอยของหน่วยเร้นลับก่อนใช่ไหม?”“ถูกต้อง” จั่วชิงพยักหน้า “ส่วนคนทรยศของหน่วยพิทักษ์ราตรีนั้น ฉันจะจัดการให้เร็วที่สุด แต่ฉันกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของหน่วยเร้นลับ ยังไงก็ตาม พวกนายไปตามหาหน่วยเร้นลับก่อน ถ้าที่นี่มีความคืบหน้าอะไร ฉันจะแจ้งให้พวกนายทราบทันที”หลินชีเยี่ยพยักหน้า “ไม่มีปัญหา!”“ออกเดินทางกันตอนนี้เลย”…ครึ่งชั่วโมงต่อมา“เรียนผู้โดยสารทุกท่าน เครื่องบินกำลังจะออกเดินทางแล้ว กรุณาปิดโทรศัพท์มือถือของท่านหรือเปลี่ยนเป็นโหมดเครื่องบิน……”ภายในเครื่องบินโดยสารลำหนึ่ง หลินชีเยี่ยสวมหมวกแก๊ปเดินไปนั่งที่นั่งริมหน้าต่าง สายตากวาดมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย“ชีเยี่ย ทำไมพวกเราต้องมานั่งเครื่องบินโดยสารด้วยล่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาถอดแว่นกันแดดออกแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ “พวกเราไม่ได้จะไปหาร่องรอยของหน่วยเร้นลับที่ไห่หนานหรอกเหรอ? นั่ง [เมฆพลิกกาย] ไปไม่เร็วกว่าเหรอ? อย่างน้อยก