ที่กำลังโทรหาหลินชีเยี่ย มุมปากกระตุกเล็กน้อย……“จำเป็นต้องย้อนกลับไปถึงขนาดนี้เลยเหรอ?” เขาอดถามไม่ได้หลินชีเยี่ยถือโทรศัพท์ไว้ เงียบไปครู่หนึ่ง แล้ววางสายลง“พบอะไรหรือเปล่า?” อันชิงอวี๋ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถาม“แปลกมาก” หลินชีเยี่ยพูดขึ้นพลางครุ่นคิด ในขณะที่ฟังเฮยถงเล่าถึงภาพในอดีต“ตอนนั้นหลังจากหน้ากากหวังรับโทรศัพท์เสร็จ แม้สีหน้าจะดูหนักใจไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเร่งรีบ สมาชิกคนอื่นๆก็ดูเสียดายนิดหน่อยเท่านั้น ตอนนั้นยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าเครื่องบินจะออก พวกเขาก็ไม่ได้เลือกที่จะลงจากเครื่อง”“นั่นหมายความว่า ภารกิจที่คนทรยศมอบหมายให้พวกเขา อาจจะอยู่ที่ไห่หนานเลยใช่ไหม?”“ฉันก็คิดแบบนั้น ถ้าเป็นภารกิจด่วนที่อื่น หน่วยเร้นลับจะต้องลงจากเครื่องทันที ไม่ใช่นั่งเครื่องบินโดยสารต่อไป”“มีเหตุผลมาก” อันชิงอวี๋พยักหน้า “ถ้าตอนนั้นคนทรยศที่โทรมาสั่งให้พวกเขาไปทำภารกิจที่อื่น หน่วยเร้นลับจะต้องไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวแน่นอน และการใช้เครื่องบินส่วนตัวจะต้องดึงดูดความสนใจของหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่ถ้านั่งเครื่องบินโดยสารไปไห่หนาน หน่วยพิทักษ์ราตรีก็จะไม่สังเกตเลย จะคิดแค่ว่าหน่วยเร้นลับไปพักผ่อน เขาเลือกเวลาโทรได้ดีมาก ทั้งทำให้หน่วยเร้นลับนั่งเครื่องบินโดยสารไปไห่หนานโดยไม่สงสัยอะไร และหลบสายตาของหน่วยพิทักษ์ราตรีได้ด้วย”“วางแผนรัดกุมมาก” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “คนทรยศในหน่วยพิทักษ์ราตรีนั่น เป