บความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้… บุคคลนั้น รวมถึงอาณาจักรอูรุกของเขา ก็เคยเป็นหัวข้อวิจัยของข้าเช่นกัน”เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของหลินชีเยี่ยพลันเปล่งประกายเขาไปหากิลกาเมช ก็เพื่อที่จะได้รู้เรื่องราวในอดีตบางอย่างจากคำพูดของอีกฝ่าย และคาดเดาสาเหตุของอาการป่วย ตอนนี้เมอร์ลินรู้เรื่องในอดีตของกิลกาเมชแล้ว ก็ย่อมประหยัดเวลาที่เขาต้องค่อยๆ สืบค้นไปได้มากหลินชีเยี่ยจึงนั่งลงบนเก้าอี้พับตรงข้ามเมอร์ลินอีกครั้ง“ท่านเมอร์ลิน ถ้ามีเวลา ช่วยเล่าเรื่องราวของกิลกาเมชให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ?” หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างจริงจัง“หลังจากที่หมอกลงมา บันทึกเกี่ยวกับเทพปกรณัมโบราณของอูรุกในต้าเซี่ยก็เลือนรางมาก ผมไม่สามารถหาข้อมูลสำคัญจากมันได้เลย”เมอร์ลินยิ้มพลางกล่าวว่า “เรื่องบางอย่างเกี่ยวข้องกับความลับของเทพเจ้า ประวัติศาสตร์ย่อมไม่สามารถบันทึกไว้ได้……”เมอร์ลินยื่นมือออกไปลากเส้นในอากาศว่างเปล่า ไม่นานนัก วงเวทย์ก็เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แสงและเงาหลายสายไหลวนอยู่บนวงเวทย์ ถักทอเป็นภาพต่างๆภาพแรกเป็นนครโบราณที่ยิ่งใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บนผืนดินอันกว้างใหญ่ ราวกับไข่มุกเม็ดงามในดินแดนอันห่างไกล เปล่งประกายแห่งอารยธรรมและปัญญา“ราวศตวรรษที่ 27 ก่อนคริสตกาล ในจักรวรรดิอูรุกโบราณ มีผู้แข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อนปรากฏตัวขึ้น ก็คือกิลกาเมช ราชาแห่งวีรบุรุษในตำนาน เขามีสายเลือดเทพเจ้าสองในสามส่วน มีพลังและปัญญ