ั้งหมดด้วยจีวรตัวนั้นเมื่อซุนหงอคงตอบสนองต่อคำพูดของหลินชีเยี่ยเป็นครั้งแรก จีวรตัวนั้นก็ลอยขึ้นมาเอง และทุกครั้งที่อารมณ์ของซุนหงอคงผันผวนอย่างรุนแรงหรืออยู่ในสภาวะการต่อสู้ จีวรก็จะสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าการผนึกเริ่มถูกสั่นคลอนโดยตัวซุนหงอคงเองและในระหว่างการต่อสู้หลายครั้งกับกิลกาเมช ซุนหงอคงอาจจะตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน เพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ เขาจึงตั้งใจหาคนมาต่อสู้ด้วยส่วนเหตุผลที่เป็นกิลกาเมช……ตอนนี้ ในโรงพยาบาลแห่งนี้ นอกจากนักดนตรีที่ไม่รู้จักต่อสู้อย่างบรากี ก็เหลือแค่จอมเวทสูงวัยที่กำลังจะหัวล้านคนหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึงว่าสองคนนี้จะสู้เขาได้หรือไม่ แค่ภายนอกก็ดูไม่น่าจะสู้ได้แล้วดังนั้น กิลกาเมช อันธพาลประจำโรงพยาบาลที่ดูเหมือนจะสู้เก่ง และมักจะโมโหร้ายเมื่อถูกยั่วยุเพียงเล็กน้อย จึงกลายเป็นเป้าหมายการต่อสู้ที่ดีที่สุดของซุนหงอคงดูผิวเผินเหมือนเขากำลังต่อสู้กับกิลกาเมช แต่ความจริงแล้ว เขากำลังใช้กิลกาเมชเพื่อทำลายการผนึกของจีวรตัวนั้นหลังจากที่เข้าใจทุกอย่างแล้ว หลินชีเยี่ยรู้สึกโล่งอกอย่างยิ่งจนถึงตอนนี้ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ต้องการฟื้นตัว ล้วนต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการคิดหาวิธีรักษา แต่ซุนหงอคงไม่เหมือนกัน ตอนนี้อีกฝ่ายรักษาตัวเองได้แล้ว……แน่นอนว่า การใช้การต่อสู้เพื่อระบายอารมณ์และทำลายผนึกนั้นเป็นหนทางที่ไม่เลวเลย แต่วิธ