็อาจจะไม่รู้ตัวว่า สิ่งที่เขาแสวงหาในส่วนลึกของจิตใจ ก็คือการได้รับการยอมรับจากอีกฝ่ายเขามาที่นี่ ก็แค่อยากเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรี จากนั้นก็ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนั้นในฐานะที่เท่าเทียมกัน แล้วพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันว่า‘การเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรี มันยากมากเลยเหรอ?’อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองกลับไม่รู้ว่า บุคคลที่เขากำลังตามหานั้นไม่อยู่แล้ว……การยอมรับที่เขาต้องการก็ไม่มีวันได้รับอีกต่อไปหลินชีเยี่ยสูดหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แสงสีทองในดวงตาจางหายไปราวกับคลื่นน้ำลง แล้วพูดอย่างแผ่วเบา“ตอนนี้นายไม่ต้องตอบฉัน เห็นแก่หน้าพ่อของนาย ครั้งนี้ฉันจะไม่ฆ่านาย ออกไปจากค่ายฝึกอบรมนี่ซะ กลับบ้านไป รอจนกว่านายจะหาคำตอบเจอ……แล้วค่อยกลับมาหาฉัน”หลินชีเยี่ยยื่นมือออกไป ดาบทั้งสองเล่มก็กลับเข้ามาในมือ เขาหันหน้าไปมองทางที่อันชิงอวี๋และคนอื่นๆ กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในขณะเดียวกันสมาชิกสามคนของศาสนจักรเทพโบราณได้เข้าปะทะกับอันชิงอวี๋ เจียงเอ่อร์ และเสิ่นชิงจู่แล้วภายใต้ขอบเขตเดียวกัน ด้วยการเสริมพลังของผนึกต้องห้าม พลังการต่อสู้ของสมาชิกทั้งสามคนของศาสนจักรเทพโบราณนั้นเหนือกว่าผู้ครอบครองผนึกต้องห้ามทั่วไปอย่างมาก แม้แต่พวกอันชิงอวี๋ร่วมมือกัน ก็ทำได้เพียงสู้กับอีกฝ่ายอย่างสูสีแต่สมาชิกของศาสนจักรเทพโบราณเริ่มตระหนักแล้วว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีตัวตนของพวกเขาถูกเปิดเผยแล้ว และยังถูกสมาชิกหน่วยม่านรา