ในขณะนั้น หลินชีเยี่ยก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนหลูเป่าโย่วเป็นลูกชายของหลูชิว ผู้บัญชาการชั่วคราวของด่านเฉินหลงตอนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะหลูชิวใช้ [เพรียกหาวิญญาณ] ส่งข้อมูลออกไป ด่านเฉินหลงก็คงถูกโจมตีแตก และมหันตภัยก็จะเกิดขึ้น……เขาคือผู้กอบกู้ที่แท้จริงจากมหันตภัยครั้งนั้นเมื่อหลินชีเยี่ยเห็นศพของหลูชิวที่กำแพงด้านนอก เขาก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานของหลูชิวพูดว่าเขามีลูกชายที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ชื่อหลูเป่าโย่ว ตอนนั้นหลินชีเยี่ยคิดว่าถ้ามีโอกาสได้เจอลูกหลานของเขา ก็อยากจะช่วยเหลืออะไรได้บ้างแต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า จะได้เห็นชื่อหลูเป่าโย่วอีกครั้งในรายชื่อทหารใหม่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีที่ค่ายฝึกอบรม“เขาติดต่อกับหน่วยพิทักษ์ราตรีได้ยังไง” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย “พ่อของเขาเล่าเรื่องหน่วยพิทักษ์ราตรีให้เขาฟังเหรอครับ”“ไม่ใช่” หยวนกังส่ายหัว “นายก็รู้ลักษณะงานของหน่วยพิทักษ์ราตรี ก่อนที่จะถูกส่งไปด่านเฉินหลง พ่อของเขาหลูชิวประจำการอยู่ในเมืองอื่นมาหลายปี เพราะอยู่ไกลบ้านและไม่รู้ว่าจะเสียชีวิตเมื่อไหร่ จึงมีโอกาสกลับบ้านน้อยมากครั้งสุดท้ายที่เขากลับไปเยี่ยมภรรยาและลูก น่าจะเป็นเมื่อสามปีก่อน……ทำให้ตั้งแต่เกิดมา หลูเป่าโย่วแทบไม่เคยเจอพ่อเลย สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาก็ไม่ต่างอะไรกับครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่คนเดียวในสายตาของเขา พ่อของเขาเป็นเพียงคนเลวที่ทิ้งเมียและลูก เขาเติบโตมาพร้อม