หลายวันต่อมาหนึ่งวันก่อนเริ่มค่ายฝึกอบรมเสียงแตรรถไฟดังก้องไปไกล รถไฟขบวนเล็กสีเขียวแล่นไปตามรางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงริมหน้าต่างสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอามือเท้าคาง นั่งพิงศีรษะอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้ สายตาจับจ้องไปยังทิวทัศน์ที่ผ่านไปนอกหน้าต่าง แต่จิตใจล่องลอยไปไกลในตอนนั้นเอง เด็กชายอายุหกถึงเจ็ดขวบคนหนึ่งโผล่หัวออกมาจากด้านหลังเก้าอี้ของเขา ยื่นมือออกมาดึงผมของเด็กหนุ่มอย่างแรงเด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บ ขมวดคิ้วหันกลับไปมอง เด็กชายคนนั้นยืนอยู่บนที่นั่งด้านหลังเขา มือหนึ่งดึงผมอย่างอยากรู้อยากเห็น พร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะคิกคัก“นายเป็นบ้าหรือไง?!” ดวงตาของเด็กหนุ่มแฝงด้วยความโกรธ“ทำไมต้องดุด้วยล่ะ?” ข้างกายเด็กชาย หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นยืน จ้องมองเขาอย่างดุดัน “เด็กเล็กไม่รู้ความ เล่นนิดเล่นหน่อยจะเป็นไรไป? แค่ดึงผมหน่อยเดียวเอง นายเป็นอะไรไป?”“คุณ……”เด็กหนุ่มกำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่หางตาเหลือบเห็นใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กชาย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงแค่นเสียงเย็นชา แล้วหันหน้าไปทางอื่น‘อีกไม่นานก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว……ไม่ต้องไปสนใจเด็กน้อยหรอก’ เด็กหนุ่มคิดในใจเขาเอนตัวพิงเก้าอี้ข้างหน้าต่าง มองออกไปยังเมืองที่ลางเลือนอยู่ไกลลิบ ความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ เขาค่อยๆหลับตาลง……บนที่นั่งด้านหลังเขา เด็กชายตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ แล้วยื่นมือออกมาอย่างซุกซนอีกครั้ง พยายามจะเอื้อมไปดึงผมของเด็