ยแม้แต่ครั้งเดียว
ทำได้เพียงจินตนาการกระบวนท่าในหัวจนถึงขีดสุดเท่านั้น
แต่เซียวเหยียนมีความรู้สึกว่า ขอเพียงมีกระบี่อยู่ในมือ เขาก็จะสามารถใช้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพียงแต่ ในตอนนั้นร่างกายจะต้องแบกรับภาระหนักหนาเพียงใด เขากลับไม่อาจคาดเดาได้
ร่างกายเด็กน้อยของเขาในตอนนี้ เปราะบางเกินไปนัก ถึงแม้ในอนาคตเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เกรงว่าร่างกายธรรมดาทั่วไป ก็ยากที่จะแบกรับเพลงกระบี่อันเจิดจรัสนั้นได้
จำเป็นต้องมีกายาที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“เพลงกระบี่จะล้ำเลิศเพียงใด หากใช้ออกมาไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นเพียงเงาจันทร์ในน้ำ”
“บางที ข้าควรจะหาเคล็ดวิชาฝึกกายามาสักเล่ม ไม่รู้ว่าจะสามารถบันทึกได้หรือไม่…”
เคล็ดวิชาการต่อสู้ของตระกูลเซียวนั้นมีนับไม่ถ้วน ประเภทก็ครบครัน
สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกเก็บรักษาไว้ในหอฟังเสียงฝนภายในจวนขุนพลเทวะ
ในเมืองมรกตมีสถานศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วหล้าอยู่สามแห่ง เป็นสถานที่ที่ผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วนใฝ่ฝันถึง
แห่งแรกคือตำหนักขาวดำของสำนักศึกษาตำหนักจันทน์ แห่งที่สองคือสวนร้อยวิหคของหอชาด และแห่งสุดท้าย ก็คือหอฟังเสียงฝนของตระกูลเซียวแห่งจวนขุนพลเทวะ
เซียวเหยียนเตรียมจะหาโอกาส ไ